ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ - ตะเลงพ่าย - ลิลิตตะเลงพ่าย


ย้อนกลับ

ตะเลงพ่าย

(ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ)




          ร่าย

          ๑๘๗กษณะนั้นนเรนทร์ไท้ ธให้โหรหามหุติฤกษ์ ซึ่งจะเบิกพยุหบาตรา จึ่งพระโหราผู้รู้โศลก หลวงญาณโยคโลกทีป รีบคำนวณทำนาย ถวายพยากรณ์แก่ไท้ ท้าวธได้จัตุรงคโชค อาจปราบโลกลาญรงค์ เชิญบาทบงสุ์เสด็จคลา จากอโยธยายามเช้า เข้ารวิวารมหันต์ วันสิบเอ็ดขึ้นค่ำ ย่ำรุ่งสองนาฬิกา เศษสังขยาห้าบาท ในบุษยมาสดฤษถี ศรีสวัสดีฤกษ์อุดม บรมนรินทร์ดาลสดับ ธให้ตรวจทัพเตรียมพล โดยชลมารคพยู่ห์ สู่ตำบลปากโมก ครั้นณวันโชควันยาม พยุหสงครามเขาตรวจ ทุกหมู่หมวดสรรพเสร็จ จึ่งสมเด็จภูวนาถ กับบรมราชอนุชา ธก็สรงธาราเสาวรภย์ ตรลบสุคนธกำจร ทรงบวรวิภูษา รัตพัสตราตรูเนตร ชายแครงเทศเถือกพร้อย ชายไหวห้อยเห็นเพรา พิศสนับเพลายรรยง ฉลองพระองค์แลเลิศ ทับทรวงเพริศพรายพริ้ง สะอิ้งรัตนไพฑูรย์ แก้วเกยูรสวมหัตถ์ แสงนพรัตน์มลังเมลือง เรืองธำมรงค์รุ้งร่วง ช่วงพรรเหาเก้าแก้ว แพร้วพรายนิ้วอัษฎางค์ พลางสองกษัตริย์สวมทรง อลงกตกาญจนมกุฎ แสงเพชรผุดพุ่งแพร้ว แก้วเก้ากอบแกมมาศ นาดกรกรายทายธนู ดูสองเจ้าจอมสยาม เฉกลักษมณ์รามรอนราพณ์ ปราบอเรนทร์ทุกด้าว พลางบพิตรโทท้าว ท่านเยื้องยังฉนวน น้ำนา ฯ

โคลง ๔

๑๘๘มหิศวรสองราชเจ้าจักรพาล
เถลิงสมุทรพิมานมาศย้อม
เฉกไพชยนต์สถานทิพยอาสน์ อินทร์เอย
แก้วก่องทองเถือกพร้อมเพริศพร้อยพรายแสง ฯ
๑๘๙เสด็จแสดงยศยิ่งหล้าลือไตร ภพแฮ
องค์อดิศวรไทพี่ท้าว
ทรงศรีสมรรถชัยชาญชื่อ เรือนา
เถกิงพระเกียรติอะคร้าวโลกล้วนถวายกร ฯ
๑๙๐ภูธรวรนุชน้องนฤบาล
เถลิงชโลทกยานย่องน้ำ
ไกรสรมุขพิมานมีชื่อ เรือนา
เรืองมณีนพล้ำเลิศแล้วหลากศรี ฯ
๑๙๑นาวีวรวิหคตั้งต่อฉาน ชื่อแฮ
ชัยสุพรรณหงส์พิมานมาศแพร้ว
ทรงพระพิชัยชาญชัยชื่อ พระนา
เพราะพระชาญชเยศแผ้วแผกพ้นภัยเข็ญ ฯ
๑๙๒เป็นมหาธวัชปักป้องปวงภัย โพ้นนา
นำนเรนทรไคลเคลื่อนคล้าย
กบี่ธุชโบกโบยใบบังทัพ ท่านแฮ
ห้ามอมิตรหมู่ร้ายอย่าร้าโรมถึง ฯ
๑๙๓พึงพิศไพโรจน์ด้วยอภิรุม
บังแทรกสุริยสายชุมฉัตรแพร้ว
กลิ้งกลดบดบังจุมพลผ่าน ภพนา
จามเรศรำเพยแผ้วผ่องพื้นแผ่นโพยม ฯ
๑๙๔ดาษโคมเวหาสห้องหาวไสว
ประดับรัตนนาวาชัยเฉิดฟ้า
ทั้งสามศุภพิไลแลเลิศ แล้วแฮ
เพ็ญพระยศเจ้าหล้าโลกเพี้ยงพิศวง ฯ
๑๙๕ยรรยงพยุหบาตรเบื้องเรือขุน
ทั่วทุกนายทุกมุลเตรียบตั้ง
มวลมาตย์ราชนิกุลเคียงคู่ กันแฮ
เถือกถกลกูบกั้งพร่างแพร้วดาวเดือน ฯ
๑๙๖เกลื่อนกลาดดาษดั้งเรียบเรือเขน
เรือพระครุฑภุชเคนทร์เข่นแก้ว
เรือเศียรสัตว์เพียบเพญธารถิ่น
คุมคู่คอยเสด็จแคล้วเคลื่อนคล้ายคลายขบวน ฯ
๑๙๗ครั้นควรพิชัยฤกษ์พร้อมเพรียงสมัย
โหรคระหึมฆ้องชัยกึกก้อง
พฤฒิพราหมณ์พรอกมนตร์ไสยสังข์เป่า ถวายนา
แตรตรลบเสียงซ้องแซ่ซั้นบรรสาน ฯ
๑๙๘สำนานสนั่นอื้อเอิกอรร ณพแฮ
โพนพาทย์เภรีรันครั่นครื้น
เสียงฆ้องแข่งขานกันตามหมวด หมู่นา
สระทกสระเทือนภูวพื้นแผ่นเพี้ยงหวั่นไหว ฯ
๑๙๙ไพลึกแหล่งหล้าลั่นลือถึง สรวงฤๅ
เสียงอัคนีศรตึงตื่นฟ้า
พลหาญฮึกโห่อึงเอิกโลก แล้วแฮ
ตระหนกทุกทวยธเรศหน้าเผือดแผ้วพังขวัญ ฯ

          ร่าย

          ๒๐๐พลันขยายพยุหบาตรา คลาเข้าโขลนทวาเรศ สงฆ์สวดชเยศพุทธมนต์ ปรายประชลเฉลิมทัพ ตามตำรับราชรณยุทธ์ โบกกบี่ธุชคลาพล ยลนาวาดาดาษ ดูสระพราศสระพรั่ง คั่งคับขอบคงคา แลมเหาฬาร์พันลึก อธึกท้องแถวธาร ถับถึงสถานปากโมก จึ่งพระจอมโลกลือเดช เสด็จเถลิงนิเวศวังทาง พลางธให้ตรวจเตรียมพล โดยสถลพยุหบาตร บอกพระราชกำหนด กฎแก่ขุนทัพขุนพล จักยกหพลยาตรา ในเวลาล่วงค่ำ ย่ำสิบเอ็ดสามบาท ครั้นเข้าราษตรีสมัย ภูวไนยตรัสตริการ ซึ่งจะรอนราญอริราช ด้วยภิมุขมาตยากร จนจันทรลับเลื่อน เคลื่อนเข้าตติยยาม เจ้าจอมสยามไสยาสน์ เหนือบรมอาสน์ก่องแก้ว คล้ายคล้ายสิบทุ่มแคล้ว ท่านเคลิ้มหลับฝัน ใฝ่นา ฯ

โคลง ๔

๒๐๑เทวัญแสดงเหตุให้สังหร เห็นแฮ
เห็นกระแสสาครหลั่งล้น
ไหลลบวนาดอนแดนตก ทิศนา
พระแต่เพ่งฤๅพ้นที่น้ำนองสาย ฯ
๒๐๒พระกรายกรย่างเยื้องจรลี
ลุยมหาวารีเรี่ยวกว้าง
พอพานพะกุมภีล์หนึ่งใหญ่ ไสร้นา
โถมปะทะเจ้าช้างจักเคี้ยวขบองค์ ฯ
๒๐๓พระทรงแสงดาบแก้วกับกร
โจมประจัญฟันฟอนเฟื่องน้ำ
ต่างฤทธิ์ต่างรบรอนราญชีพ กันแฮ
สระท้านทุกถิ่นท่าถ้ำท่งท้องชลธี ฯ
๒๐๔นฤบดีโถมถีบสู้ศึกธาร
ฟอนฟาดสุงสุมารมอดม้วย
สายสินธุ์ซึ่งนองพนานต์หายเหือด แห้งแฮ
พระเร่งปรีดาด้วยเผด็จเสี้ยนเศิกกษัย ฯ
๒๐๕ทันใดดิลกเจ้าจอมถวัลย์
สร่างผทมถวิลฝันห่อนรู้
พระหาพระโหรพลันพลางบอก ฝันนา
เร็วเร่งทายโดยกระทู้ที่ถ้อยตูแถลง ฯ
๒๐๖พระโหรเห็นแจ้งจบในมูล ฝันแฮ
ถวายพยากรณ์ทูลแด่ไท้
สุบินบดินทร์สูรฝันใฝ่ นั้นฤๅ
หากเทพสังหรให้ธิราชรู้เป็นกล ฯ
๒๐๗นุสนธิ์ซึ่งน่านน้ำนองพนา สณฑ์เฮย
หนปัจฉิมทิศาท่วมไซร้
คือทัพอริรา-มัญหมู่ นี้นา
สมดั่งลักษณ์ฝันไท้ธเรศนั้นอย่าแหนง ฯ
๒๐๘เหตุแสดงแห่งราชพ้องภัยชลา
ได้แก่อุปราชาเชษฐผู้
สงครามซึ่งเสด็จครานี้ใหญ่ หลวงแฮ
แท้จักถึงยุทธ์สู้ศึกช้างสองชน ฯ
๒๐๙ซึ่งผจญอริราชด้วยเดชะ
เพื่อพระเดโชชนะศึกน้ำ
คือองค์อมิตรพระจักมอด ม้วยเฮย
เพราะพระหัตถ์หากห้ำหั่นด้วยขอคม ฯ
๒๑๐เบื้องบรมขัตติย์ท่องท้องแถวธาร
พระจักไล่ลุยลาญเศิกไสร้
ริปูบ่รอราญฤทธิ์ราช เลยพ่อ
พระจักชาญชเยศได้ดั่งท้าวใฝ่ฝัน ฯ

โคลง ๒

๒๑๑ครั้นบดินทร์ดาลได้สดับพยากรณไท้
ธิราชแผ้วพูนเกษม ฯ
๒๑๒เปรมปรีดิ์ปราโมทย์แท้เพราะพระโหรหากแก้
กล่าวต้องตามฝัน ฯ
๒๑๓พระพลันทรงเครื่องต้นงามประเสริฐเลิศล้น
แหล่งหล้าควรชม ชื่นนา ฯ
๒๑๔สมเด็จอนุชน้องแก้วทรงสุภาภรณ์แพร้ว
เพริศพร้อมเพราตา ยิ่งแฮ ฯ

          ร่าย

          ๒๑๕สองขัตติยายุรยาตร ยังเกยราชหอทัพ ขุนคชขับช้างเทียบ ทวยหาญเพียบแผ่นภู ดูมหิมาดาดาษ สระพราศพร้อมโดยขบวน องค์อดิศวรสองกษัตริย์ คอยนฤขัตรพิชัย บัดเดี๋ยวไททฤษฎี พระศรีสารีริกบรมธาตุ ไขโอภาสโศภิต ช่วงชวลิตพ่างผล ส้มเกลี้ยงกลกุก่อง ฟ่องฟ้าฝ่ายทักษิณ ผินแวดวงตรงทัพ นับคำรบสามครา เป็นทักษิณาวรรตเวียน ว่ายฉวัดเฉวียนอัมพร ผ่านไปอุดรโดยด้าว พลางบพิตรโทท้าว ท่านตั้งสดุดี อยู่นา ฯ

โคลง ๔

๒๑๖พระมีปีติตื้นเต็มมาน
ประณตนัขสโมธานเทิดเกล้า
พระทรงอธิษฐานขอเดช พระเอย
คุ้มแด่ข้าพระเจ้าจักสู้ศึกเข็ญ ฯ
๒๑๗เป็นศรีสวัสดิ์แด่ข้อยขอชัย
ขอชนะไพรีทั่วทั้ง
ขอเป็นธวัชไปปักทัพ เฉลิมนา
ขอพระเป็นฉัตรกั้งเกลื่อนร้อนผ่อนเกษม ฯ
๒๑๘พระเปรมปราโมทย์น้อมวันทนา
พลางพระทรงไอยราฤทธิ์แกล้ว
พระคเชนทร์ชื่อไชยานุภาพ พ้นแฮ
อาจเข่นคชศึกแผ้วแผกแพ้ทุกพาย ฯ
๒๑๙พลายปราบไตรจักรอ้างเอิกฤทธิ์
อาจปราบคชทุกทิศทั่วไซร้
เอกาทศรถอิศวรเสด็จ ทรงนา
นำคเชนทเรศไท้ธิราชเจ้าจอมสยาม ฯ
๒๒๐งามเลิศคชลักษณ์ล้ำแลลาน หลงแฮ
ครบเครื่องพระคชาธารแต่งตั้ง
บรรยงก์พุดตานสถานทิพยอาสน์ เสมอฤๅ
เศวตฉัตรสวัสดิ์เกือบกั้งผ่องแผ้วอัมพร ฯ
๒๒๑คเชนทรทั้งคู่อ้างไอรา วัณฤๅ
มันตกติดกายาหยดท้อง
หูกวักแกว่งงวงงาเสยส่าย เศียรแฮ
หางก่งส่งเสียงก้องเกริกหล้าแหล่งไหว ฯ
๒๒๒สองไทธิราชซั้นทรงสาร ศึกเฮย
ดูดั่งองค์มัฆพานผ่านฟ้า
เถลิงสมิทธิคชาธารทิพยพ่าหน์ นั้นฤๅ
สู้อสูรศึกกล้าเสื่อมแกล้วกลัวหนี ฯ

          ร่าย

          ๒๒๓จึ่งธชีพราหมณชาติ โหราราชประโรหิต โอมอ่านอิศวรเวท ถวายวรชเยศอย่างไสย ลั่นฆ้องชัยสามหึ่ง จึ่งเป่าสังข์สามหน ดนตรีแตรแซ่ซ้อง ก้องกาหลกลองศึก กลองชนะครึกโครมครื้น พ่างพกพื้นภูวดล ดูพหลพยุหบาตร ดาษพลแสะพลสาร แสนพลหาญพลห้อม พร้อมเครื่องพระอภิรุม ชุมธงชายธงฉาน ทวนทองลานเลื่อมเนตร พู่จามเรศปลิวปลาย แห่หน้าหลายเหล่าหลาก แห่หลังมากหมู่ล้อม ห้อมเบื้องซ้ายสระพรั่ง คั่งเบื้องขวาคะคล่ำ บ่รู้กี่ส่ำกี่แสน ดูดื่นแดนเดียรดาษ ธก็ให้ยาตรพยุหยุทธ บ่ายกบี่ธุชฝ่ายขวา โบกครุฑพาหน์ฝ่ายซ้าย เนาวพ่าห์ผ้ายหว่างธวัช เสมาธิปัตทักษิณ ฉัตรชัยผินอุดร แลสลอนกรรภิรมย์ แห่บรมนฤบาล ห้อมคชาธารธิราช จตุลังคบาทบริรักษ์ พิทักษ์เท้ากุญชร คลี่นิกรทัพเลื่อน เคลื่อนพลสารยาตรา คลาพลแสะผังผาย คลายพลตีนต่างเต้า เสียงสระเทื้อนฝีเท้า สระท้านแถวสถล ฯ

          ร่าย

          ๒๒๔ธไคลพลคล่ำคล้าย แลนา ย้ายมาโดยรัถยา แลนา คลาทางบ้านสระแก้ว แลนา แคล้วทางบ้านสระเหล้า แลนา แล้วธเข้าที่เสวย แลนา ยั้งยังเกยประทับ แลนา เสร็จธกลับทรงสาร แลนา คลี่พลหาญด่วนเดิน แลนา ดำเนินในมรรคา แลนา สุริยประภาทรงกลด จนกำหนดบ่ายควาย ชายสามนาฬิกาเศษ ทัพถึงประเทศหนองสร่าย ซึ่งค่ายหน้าเขาตั้ง ธให้หยุดยั้งอยู่หลัง เอากำลังพลสรรพ เสด็จประทับเกยชัย ในฉายาไม้ประดู่ อยู่เหนือจอมปลวกหลวง ต้องกระทรวงครุฑนาม ตามชัยภูมิพยุหะ แล้วธให้กะเกณฑ์กัน ปันหน้าที่ตั้งค่าย ฝ่ายหน้าหลังซ้ายขวา ดูดาษดาทั้งมวล เป็นกระบวนปทุมพยูห์ ขุดคูพูนสนามเพลาะ เฉพาะทุกหน้าค่าย ฝ่ายนอกวางรั้วขวาก มากรั้วหนามเป็นชั้น ขั้นเป็นเขื่อนเป็นขอบ แต่งตามระบอบศึกเสร็จ บพิตรเสด็จพักพล คอยจักผจญศึกกล้า อยู่กระชั้นค่ายหน้า ซึ่งตั้งขัดพล อยู่นา ฯ

โคลง ๔

๒๒๕น่ายลพยุหทัพไท้อยู่หัว สองแฮ
ชุมค่ายรายกลบัวกลีบซ้อน
แสนเศิกเพ่งพึงกลัวแกลนเดช ท่านนา
เถกิงพระเกียรติดั่งต้อนศึกให้แตกหนี ฯ
๒๒๖โยธีเทียมด้วยพวกพลสรวง
ดูประดุจเต็มตวงท่งกว้าง
กองหน้าและกองหลวงแลหลาก หลายแฮ
เสียงสนั่นม้าช้างเฉกฟ้าดินไหว ฯ
๒๒๗พลไกรล้วนกลั่นแกล้วกลางสมร
อาจจักหั่นหัวมอญขาดเกล้า
แสนยาพลากรต่างหื่น หาญเฮย
คอยจักโรมจักเร้าจักร้าราญเขญ ฯ


_______________________________________________

        ตอนที่ ๑ เริ่มร่ายบทกวี

ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ

ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

ตอนที่ ๔ พระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร

ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ

ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ

ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย

ตอนที่ ๘ ทัพหน้าไทยถอยไม่เป็นกระบวน

ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก

ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย

ตอนที่ ๑๑ พระนเรศวรทรงสร้างสถูปและปูนบำเหน็จทหาร

ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ