ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ - ตะเลงพ่าย - ลิลิตตะเลงพ่าย

 

ย้อนกลับ

ตะเลงพ่าย

(ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ทหาร)




          ร่าย

          ๓๔๗ไป่เกินกาลท่านสั่ง กระทั่งแรมสิบห้าค่ำ ย่ำสองนาฬิกาปลาย ทำงนงายพอเสร็จ จึ่งสมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้วแคล้วคลา กับราชาคณะสงฆ์ ยี่สิบห้าองค์สองแผนก แฉกงาสานสรล้าย ผ้ายลุยังวังราช พระบาทธให้นิมนต์ ดลเรือนรัตนมาฬก ตกแต่งอาสน์ลาดเจียม เตรียมเสร็จสงฆ์สู่สถิต บพิตรกรกรรพุม ชุมบรรพชิตแช่มชื่น ขุนชีอื้นอวยพร ถามข่าวจรจอมภพ ซึ่งเสด็จรบพารณ จนอเรนทรพินาศ ขาดคอคชในรงค์ จึ่งพระองค์อิศเรศ บรรหารเหตุจำบัง จอมสงฆ์ฟังซั้นขาน พระราชสมภารมีชัย ใดทวยบาทมูลิกา ต้องอาชญายินแหนง ตรัสแสดงโดยดับ ว่านายทัพทั้งผอง เกณฑ์เข้ากองพยูห์ โยมสองตูต่อเข็ญ มันเห็นเศิกสระทก ตระดกดาลระรัว ยิ่งกว่ากลัวสวามิศ บเต้าติดตูต้อย มละแต่ข้อยสองคน เข้าโรมรณราวิศ ในอมิตรหมู่กลาง แสนเสนางค์เนืองบร จนราญรอนไอยเรศ ลุชัเยศมฤตยู จึ่งได้ดูหน้ามัน เพื่อมหันตบารเมศ เบื้องบุเรศบำรุง ผดุงเดชเผือพี่น้อง ผิบพ้องบุญบูรพ์ ไอศูรย์ศูนย์เสียมภพ ตรลบเลื่องขามนามตะเลง ลือละเวงธาษตรี เป็นธรณีหงสา เสื่อมกฤตยาสยามยศ สาหสหากมากมวล ควรลงทัณฑ์ถึงม้วย ด้วยพระอัยการศึก จารึกชื่อชั่วฟ้า ไว้เป็นขนบภายหน้า อย่าให้ใครยล เยี่ยงนา ฯ

โคลง ๔

๓๔๘สมเด็จพนรัตเจ้าจอมชี
ฉลองพจน์ราชวาทีท่านไท้
ทวยทูลละอองธุลีบัวบาท พระนา
พื้นภักดีต่อใต้บทเบื้องเรณู ฯ
๓๔๙ดูผิดไป่รักท้าวไป่เกรง
แผกระบอบแต่เพรงห่อนพ้อง
พระเดชหากแสดงเองอำนาจ พระนา
เสนอทุกทวยธเรศก้องเกียรติอ้างอัศจรรย์ ฯ
๓๕๐เฉกพระสรรเพชญผู้ธรรมิศร
เถลิงอาสน์อปราชิตภาคใต้
วรพฤกษโพธิโมลิศเฉลิมโลก แลเฮย
เสวยวิมุตติลาภได้เผด็จเสี้ยนเศิกสมร ฯ
๓๕๑ปางอมรมั่วหมื่นถ้วนจักรพาล
สถิตที่มณฑลสถานแท่นหญ้า
สายัณห์หมู่แมนมารมาแวด วงแฮ
หวังประยุทธโรมร้ารวดรื้อบัลลังก์ ฯ
๓๕๒ผิวทั้งทวยเทพซ้องสบสวรรค์
ชนะแต่บาบีพรรค์พรั่งพร้อม
ไป่เป็นมหัศจรรย์เจริญเกียรติ พระนา
เพราะอมรหากห้อมหากให้ชัยเฉลิม ฯ
๓๕๓ดาลเพิ่มคุณยศไท้ธรรมรา ชาแฮ
เผอิญมรุคณะธาดาพ่ายผ้าย
เสด็จเหนือรัตนพุทธาอาสน์เอก องค์เอย
ขจัดอมิตรหมู่ร้ายเร่งต้อนตนหนี ฯ
๓๕๔โยธีบารเมศถ้วนดึงสา สิ้นแฮ
ขันเข่นมวลมาราอะคร้าว
ธรณินทรพนิดาดาลน่าน น้ำเฮย
ถั่นท่วมทั่วธเรศด้าวหลั่งล้นเลอสถาน ฯ
๓๕๕สมภารสมโพธิพ้นพรรณนา
รังสฤษฏ์พระสมญาแพร่พร้อง
สรรเพชญพิชิตมาเรศเรียก นามฤๅ
สนั่นสำเนียงเกียรติก้องเกริกหล้าแหล่งละเวง ฯ
๓๕๖ครื้นเครงนฤโฆษอื้ออัศจรรย์
จบภวัครไกวัลภพพ้น
เบื้องขวางเขตอนันต์เนืองจักร พาลแฮ
หนต่ำดำดึ่งด้นภาคพื้นอเวจี ฯ
๓๕๗พระตรีโลกนาถแผ้วเผด็จมาร
เฉกพระราชสมภารพี่น้อง
เสด็จไร้พิริยะราญอรินาศ ลงนา
เสนอพระยศยินก้องเกียรติท้าวทุกพาย ฯ
๓๕๘ผิวหลายพยุหยุทธ์ร้าโรมรอน
ชนะอมิตรมวลมอญมั่วมล้าง
พระเดชบ่ดาลขจรเจริญฤทธิ์ พระนา
ไปทั่วธเรศออกอ้างเอิกฟ้าดินไหว ฯ
๓๕๙อย่าไทโทมนัสน้อยหฤทยา
เพื่อพระราชกฤษฎาแต่กี้
ทุกทวยเทพคณาชุมช่วย พระเอย
แสดงพระเดโชชี้ชเยศไว้ในสนาม ฯ

โคลง ๒

๓๖๐สมดั่งความตูพร้องขอบพิตรอย่าข้อง
ขุ่นแค้นเคืองกมล ท่านนา ฯ
๓๖๑โดยยุบลถ่องแท้ฤๅสนเท่ห์เล่ห์แล้
ถูกถ้อยแถลงการ นี้นา ฯ

          ร่าย

          ๓๖๒ปางนฤบาลบดินทร์ ยินสมเด็จพระวันรัต จำแนกอรรถบรรยาย ถวายวิสัชนาสาร โดยพิสดารพรรณนา เสนอสมญายศโยค พระบรมโลกโมลี ด้วยวิธีอุปมา แห่งกฤษฎาภินิหาร ดาลมนัสชุ่มชื้น ตื้นเต็มปรีดิ์ปราโมทย์ โอษฐ์ออกอื้นสาธู ชูพระกรกรรพุม ชุมทศนัขเหนือผาก เพื่อยินมลากเลอมาน เจ้ากูขานคำขอบ ชอบทุกสิ่งจริงถ้อย ถวิลบ่แหนงหนึ่งน้อย แน่แท้ทางแถลง แลนา ฯ

โคลง ๔

๓๖๓แจ้งเหตุแห้งเหือดขึ้งในมนัส
จึ่งพระวันรัตวัดป่าแก้ว
ถวายพรบวรศรีสวัสดิ์สว่างโทษ ท่านนา
นฤทุกข์นฤภัยแผ้วผ่องพ้นอันตราย ฯ
๓๖๔ทั้งหลายทวยบาทเบื้องบงกช
ควรโคตรโทษสาหสอะคร้าว
แต่ทูลธุลีบทสนองบาท มานา
เพรงพระอัยกาท้าวตราบไท้พระเจ้าหลวง ฯ
๓๖๕ล่วงถึงบพิตรผู้เถลิงถวัลย ราชย์ฤๅ
คือพุทธบรรษัทสรรพ์สืบสร้าง
เชิญงดอดอวยทัณฑ์ทวยโทษ นี้นา
เลยอย่าลาญชีพมล้างหนึ่งครั้งขอเผือ ฯ
๓๖๖ไว้เพื่อผดุงเดชเจ้าจอมปราณ
ก่อเกิดราชรำบาญใหม่แม้
พูนเพิ่มพระสมภารเพ็ญภพ พระนา
วายบ่หวังตนแก้ชอบได้ไป่มี ฯ

          ร่าย

          ๓๖๗นฤบดีดาลสดับอรรถ ซึ่งพระวันรัตภิปราย ถวายพระพรอายาจน์ โทษมวลมาตย์ทุกมุล เพื่อการุญบริรักษ์ ภักดีในบาทบงสุ์ จึ่งพระองค์อนุญาต พระราชทานโทษทั้งผอง โดยอันครองคงยศ บรรหารพจนพาที ซึ่งเจ้าชีขานขอ ข้อยยกยอโทษให้ แต่ชอบใช้ไปรอน เอานครตะนาวศรี บุรีทวายมริด ถ่ายหนผิดหาชอบ ขุนสงฆ์ตอบคำขาน ข้อโรมราญราวิศ ไป่เป็นกิจตูตาม ใช่เงื่อนงามบรรพชิต โดยบพิตรอัธยา เบื้องบัญชาเชิงใช้ ขอลาไท้ลีลาศ ยังอาวาสเวียงวัด ตระบัดท่านจรลี พาเพื่อนชีอะคร้าว คืนสู่ด้าวอาราม เจ้าจอมสยามเสาวนีย์ เนืองมนตรีพ้นโทษ โปรดให้เนาดำแหน่ง แห่งฐานันดรยศ พระราชกำหนดโดยดับ ทัพเจ้าพระยาพระคลัง รังพลห้าหมื่นเสร็จ เห็จไปโหมเวียงทวาย หมายเจ้าพระยาจักรี พรักพิรีย์เทียบทัด รัดไปโรมตะนาวศรี ตีมริดเวียงชัย จึ่งชไมมาตยา บังคัลลายาตรพยู่ห์ สู่แดนเศิกโดยปอง ปิ่นเสียมสองสุริยชาติ ตรัสพิภาษพจนา ซึ่งอุตรานคเรศ เขตสีมาเมืองออก เลิกครัวครอกมาหลาย หมายบ่หมดทั้งผอง ตริไตรตรองคราวศึก เสื่อมหาญฮึกแบ่งเบา จักโรมเราฤๅย่าน ฝีมือม่านมอญมวล ควรผดุงชนบท ปรากฏเกียรติยืนยง คงคู่กัลป์ประลัย เฉลิมแหล่งไผททั่วด้าว แสดงพระยศไทท้าว ธิราชไว้ไป่วาย นามนา ฯ

โคลง ๔

๓๖๘บัดผายพจน์พากย์เบื้องบัณฑูร
เผยอยศพระยาชัยบูรณ์แต่งตั้ง
นามเจ้าพระยาสูรสีหนาท เสนอนา
เถลิงพระพิษณุโลกรั้งราษฎร์ร้อนผ่อนเสบย ฯ
๓๖๙แล้วเผยสาวนิศตั้งโดยปอง
รังสฤษฏ์พระเชียงทองหนึ่งผู้
ธำรงนครครองเขตราช แลฤๅ
เวียงวิชัยก่อกู้ขอบแคว้นแดนสยาม ฯ
๓๗๐เสนอนามหลวงจ่าเจ้านครินทร์
สวรรคโลกแหล่งธานินทร์หนึ่งนั้น
ทำนุกแผ่นปัฐพินผดุงภพ พระนา
คุ้มเขตสีมาขั้นด่านด้าวเหนือชล ฯ
๓๗๑บัดดลดำรัสให้พระศรี
เสาวราชมาตยามีชอบอ้าง
อำรุงประชาชีชมชื่น จิตแฮ
หนสุโขไทยสร้างสืบหล้าอย่าศูนย์ ฯ
๓๗๒บัณฑูรท่านสั่งซั้นสี่นาย
ลาบาทผาดผังผายสู่เหย้า
รวมรวบราษฎรชายหญิงใหญ่ น้อยนา
เนานครครอบเผ้าไพร่ฟ้าพูนเกษม ฯ

          ร่าย

          ๓๗๓เปรมกมลมวลเสียม เกรียมทุกข์โทษฤๅพาน อึงกิดาการเอิบเอิก เกริกพระเกียรติลือละเวง คึกขานเครงธรณี ทั่วธาษตรีอึกถคึง ถึงมลาประเทศ เขตโยนกมณฑล เจ้าภูวดลเชียงใหม่ เสียเศิกใหญ่คืนเวียง เพียงหฤทัยจะพก ตระดกพระเดโชพล ไป่เริ่มกลเกี่ยงราช ขลาดพระฤทธิ์มหิมา ตรัสตริหากระแหน่ แด่แสนท้าวลาวพระยา คราวนี้เราฤๅขวน กลกระลัมพรพินาศ เพื่อเบียนอาตม์เอาทุกข์ ควรหาสุขใส่สกนธ์ กอบภัพผลพูนภพ สบพิสัยลานนา เจ้าอยุธยายศโยค สู่สุรโลกพิราลัย หน่อดนัยนฤเบศ นเรศวรเสวยศวรรย์ สืบเสียมสันตติวงศ์ องค์อุปราชโปดก ดิลกภพแผ่นตะเลง ไป่ย่านเยงยศท้าว คลาพลด้าวแดนราช อาจอุกรุกรำบาญ ขานแข่งคู่คชยุทธ์ สุดเสียศอขอทรง ปลงปลดชนม์บนสาร ทัพไทยหาญฮึกฮึง ถึงเวียงทวายมริด ติดตะนาวคราวเข็ญ เห็นสู้เสียมฤๅรอด มอดมอญเมืองเปลืองเขต ประเทศรัฐสีมา หนหงสาเสื่อมศักดิ์ ปวงปรปักษ์ปวงสยาม สื่อสงครามสืบศึก เสมอมฤครอสีห์ เฉกสกุณีโหมกราน ลาญชีวาตม์ทุกครั้ง ตั้งตนต่อบ่มิคง ตรงตนต่อบ่มิคู่ คาบนี้ผู้เผ้าตะเลง เกรงพระฤทธิ์รันทด เพื่อเอารสเมือมรณ์ คู่ขวากรก่นขาด พระบาทสองสยาเมศ บรรหารเดชดาลขจร พ่างภาสกรแจ่มจรัส ในเมื่อมัชฌันติกกาล แขวงคัคนานต์นฤโทษ พลาหกโหดหาวหน ทิศาดลดาลแผ้ว แพร้วไพโรจน์รังสี ทวีพระเกียรติเกริกไกร ไหนนครหงสา คลาอำเภอเลอหัตถ์ ควรถวายฉัตรบำบวง ตังวายสรวงแสวงชอบ มอบพิภพลานนา ทูลบาทาไทธเรศ หวังพระเดชนฤบดี กั้งเกศีสุดเหง้า เท้าทั่วกัลป์ประลัย คุ้มผองภัยบรเบียน ร่มศกเศียรสร่างเข็ญ เห็นชอบชื่นชมชัว ถ้วนทุกตัวท้าวเพี้ย เกลี้ยกมลบันโดย เพื่อแผ้วโพยพันลึก แห่งเสียมศึกพันลาย หมายแม้นมณฑกชาติ พ้นอำนาจอุรคินทร์ ยินประศาสน์สาธู ชูนิ้วนบเหนือเผ้า เจ้ากูกู้กรุงคืน เชียงใหม่ฝืนฟูฟ้า คุ้งคู่หล้าฤๅลาญ ธก็ให้แต่งสารเสาวเลข เตี้ยตนเฉกช่วงบาท มอบตรีมาตย์ทูลแทน แสนหลวงแสนหนังสือ คือหนึ่งนันทพะยะ ล้วนสุรอากัป ฉับเฉียวเชี่ยวเชลงพจน์ ไพเราะรสอภิปราย คุมตังวายศุภสาร สมานสมรไมตรี มอบปัฐพีเดียวแดน แทนทางปรักทางมาศ สระพราศพิริยเถมิน เดินโดยด่านเวียงตาก ขานคำมลากคำงาม เขาก็แต่งตามรับทูต รูดนำข่าวบมิหึง ถึงวิเชียรปราการ ไขข้อสารเสาวภาพ ออกญาทราบทุกอัน สรรนาวารีบรับ กับกรมการหลายตน ขวนเชิญทูตเชิญสาร บรรณาการเนกนับ รับมาทางชลธี ถึงบุรีแล้วไสร้ ซักไซ้ทูตทั้งสาม ทราบเนื้อความตามกิจ ให้สถิตเรือนพัก สำนักทั่วไทยเถมิน เชิญสารสู่จวนกลาง พลางลอกลักษณ์สำเนา เอาลงบอกตระบัด จัดจ่าเมืองกับแพ่ง แต่งจำทูลสนเท่ห์ เล่ห์อมิตรมิตรปอง ทราบละอองบทเรศ เจ้าอยุธเยศสยามินทร์ คอยข่าวยินตราสีห์ โปรดคดีใดชอบ กอบยุบลบันโดย รีบเรือโพยเผ่นน้ำ จ้ำบจอดเจียรกาล บนานดลเวียงราช วางศาสน์เวรศาลา แจ้งออกญามหาด ทูลบัวบาทนฤบดินทร์ ยินในลักษณ์ปราโมทย์ โปรดให้ตอบสารา บรรทับตราไกรสร ส่งนครบันธาย หมายนำสารนำทูต รูดมาคุงกรุงหลวง โดยกระทรวงบูรพ์ฉบับ สองขุนรับตราคลา คืนนคราถับถึง บหึงให้ขุนเวียง เผดียงโดยศาสน์ท้าว ส่งทูตสู่แดนด้าว ถิ่นไท้แถลงสาร ท่านนา ฯ

โคลง ๔

๓๗๔บรรหารอ่านทราบไสร้โดยปอง
ขุนนครผู้ครองเขื่อนขั้น
แจงจัดยุกกระบัตรสนองเสนอต่าง ตนนา
นำทูตทั้งสามซั้นสู่ไท้ถึงสถาน ฯ
๓๗๕กรมการอื่นอีกห้าหกหลาย
คุมศุภลักษณ์ตังวายสิ่งถ้วน
แสดงโดยดัสกรถวายถวัลยราชย์ มาเอย
โผอนสบสีมาม้วนมอบท้าวหนาวบุญ ฯ
๓๗๖เนืองขุนคุมทูตทั้งสารา
อีกเครื่องราชบรรณาเนกนั้น
เร็วรัดเร่งนาวาวางวิ่ง
ลุแหล่งทวาเรศซั้นสู่ห้างแขกหอ ฯ

          ร่าย

          ๓๗๗ขานข้อทูตมาถึง พึงทราบลูกขุนใน กราบทูลไทยถวัลยราชย์ พระบาทธให้ตกแต่ง โดยดำแหน่งแสดงยศ กฎให้กะเกณฑ์กัน ทรงเครื่องสรรพายุทธ์ เสนากุฎเสื้อสวม นวมเกราะกรายพรายเพริศ เทริดเศียรใส่ทุกนาย รายกลาบาตเป็นชั้น กั้นเป็นหมู่เป็นกอง พลเขนทองทวนมาศ ดาษพลโล่พลดั้ง ทั้งพลดาบสองกร ส่ำพลศรเรียงรัน ส่ำพลกุทัณฑ์เรียงเรียบ เทียบพลหอกหาญห้าว เทียบพลง้าวเงื้องอน สรลอนเหล่าพลสินาด คาบชุดดาษธรณิน คาบหินดาธรณิศ พิศพหลหัยราช ยืนพยุหบาตรทิวแถว สองฟากแนวรัถยา ขุนอาชาโอ่อาตม์ สวมเสื้อมาศหมวกคำ ขี่ประจำดุรงค์ ทรงศาสตราพิธยุทธ์ ครวีอาวุธกวัดกวาย ส่ำแสะหลายเหล่าหลาก มากหมู่แดงดูถกล หมู่ขาวปนหมู่ฟ่าย ฝ่ายพรรค์เผ่าเหล่ากระเลียว ส่ำหมู่เขียวหมู่ปลัง ประนังเหล่าเหลืองแปม ปนผ่านแซมดำดาษ ครบเจ็ดชาติเจ็ดพงศ์ ทรงอัสสาภรณ์สรรพ ดับวางม้าโรงใน รายเรียงไสวยืนหยัด ดัดพิดานกั้งกาง สรรพสรรพางค์พิลาส แก้วแกมมาศยรรยง อัสสาลงกรณ์ประดับ ประทับเทียบคชาธเรศ ประเวศเกยชาลา ทรงหัสดาลังการ ควาญประจำขี่ท้าย ย้ายยอของ่าง้าง วางช้างดั้งเดียรดาษ สระพราศพร้อมพลายพัง หลังหมอควาญขี่ครบ ทรงเครื่องรบพรรณราย กลางคชทายทวนทอง สองฟากฝ่ายศาลา มวลมาตยาทุกหมู่ อยู่อธึกโจษจน หนหอขวาทวยทหาร หนซ้ายศาลพลเรือน เตือนกันอ่าอาตม์หมด เครื่องยศถมปรักมาศ โดยขนาดฐานาศักดิ์ สระพรักไพร่พรูตาม คานหามเปลคะคล่ำ ส่ำขุนตกแต่งกาย สองปักลายอะเคื้อ ขาวครุยเสื้อสวมตน ดูถกลดาดาษ ยาตรยังทิมดาบคด ปรากฏถ้วนเสนางค์ วางเจียดถมทองเทียบ เรียบมหาดไทยฝ่ายเฉวียง เรียงกลาโหมหนสดำ จำนำอยู่แจจัน หน้าบันชรสิงหาสน์ มุขเด็จอาสน์บรรยงก์ พระที่นั่งมงคลาภิเษก ดิเรกรัตน์มลังเมลือง เรืองสุพรรณโอภาส เทียรทิพยอาสน์อินทร์องค์ วงวิสูตรรูดสาย เครื่องสูงรายตั้งล้อม พร้อมเบญจราชกกุธภัณฑ์ สรรพสิริราชูปโภค โดยขัตติยโยคมหิมา ดาพลปี่กลองชนะ แตรสังข์ระดะดาษโดม คอยประโคมคึกขาน การออกแขกเคียมคัล ตรวจเตรียมกันเเต่งแง่ แต่อรุณพระฮาม เท่าถึงสามโมงเศษ จึ่งพระเกศกษัตรีย์ ทวาราวดีดิลก ปิ่นปกภพสีมา ธก็สรงธารารสสุคนธ์ ปนปรุงจารุจุรณเจิม เฉลิมวิเลปน์อวลอบ ตรลบฉมคนธกำจร บวรวิภูษณ์ธำรง ฉลองพระองค์ครุยมาศ กุมแสงนาดกรกราย ผายผังสู่สิงหาสน์ สระพราศพิริยอุภัย เสนาในเนืองเนก ดิเรกราชบริพาร ทวิชาจารย์เนมิตก์ ทวยบัณฑิตแพทยา ทวยโยธาทุกหมู่ อยู่อธึกทุกกรม ประนมทศนัขชูเชิด เทิดทศางคุลีบำบวง สามวารสรวงบทรัช เฉกนักษัตรราชา รอบดารารายเรียบ เพียบนภางค์ไพบูลย์ แจ่มจรัสจรูญสรัทกาล ขานนฤโฆษแตรสังข์ ประนังแซ่ศัพท์เภรี พ่างปัฐพีพังเพิก เอิกออกแขกทะท้าว แสดงพระยศอะคร้าว ครั่นฟ้าดินไหว แลนา ฯ

โคลง ๔

๓๗๘จึ่งไท้ถวัลยราชเจ้าจักรพาล
ผายพจน์ราชโยงการสั่งซั้น
เบิกทูตเบิกศุภสารสวัสดิ์สื่อ เสนอนา
เนืองเนกคำนัลนั้นนอบน้อมบทมูล ฯ
๓๗๙สามแขกขุนสี่ไสร้พาคลา
ลุแหล่งพะลานชาลาท่ามท้อง
สรวมชีพมหาดออกญาทูลเบิก แลแฮ
ตรีคาบกราบซ้องซ้องสบถ้วนยวนสยาม ฯ
๓๘๐ขุนนามนฤนาถตั้งตามนา ศักดิ์เอย
อาลักษณ์เลิศปัญญายิ่งผู้
ศรีภูริปรีชาเชลงอรรถ แลฤๅ
แถลงเล่ห์สนเท่ห์รู้ราชไม้ตรีสมาน ฯ

          ร่าย

          ๓๘๑ศุภสารสุนทรสวัสดิ์ พิพัทธศาสน์นุสนธิ์ ตนข้าเจ้าเชียงใหม่ ใหญ่กว่ายวนมวลเขต ประเทศโยนกนิคม โอนศิโรดมอภิวาทน์ แทบบวรบาทยมก ดิลกเจ้าสองเสียม เทียมแขไถงไพโรจน์ โชติชวลิตทิศทศ เผยอพระยศยินเยง ยิ่งครื้นเครงฟากฟ้า หล้าเกริ่นเกียรติทุกเหล้า ข้าพระพุทธเจ้าแต่ปาง บ่รางรอดอาชญา องค์อิศรานฤเบศ เขตแคว้นแขวงแหล่งตะเลง บ่เกรงพระเดชมหิมา จำใจคลาคลี่พยู่ห์ สู่เศิกก่อดัสกร แก่พระนครอโยธเยศ เหตุเข็ญเคืองเบื้องบาท เรื่องอุปราชรำบาญ ขอเขือทานนฤโทษ โปรดนฤภัยใจแผ้ว แคล้วอาฆาตขาดฟุน เพื่อพระการุญบารเมศ ข้าบทเรศเรณู ขอเอาภูธรประภาพ อาบอาตมห่มหัว ตัวไพร่ไทยใหญ่น้อย ข้อยสบสถานลานนา เฉกฉายาเฌอโพธิ ร่มศิโรตม์สรรพางค์ ปางนฤนาถยาตรพล ดลด้าวใดไปร้า ข้าขอโดยเสด็จราช งานพยุหบาตรจำบัง ท่าวกำลังเลวลาญ โดยสัตย์สารเสาวพจน์ ปรากฏชั่วแผ่นไผท คุ้งฟอดไฟฟอนกัลป์ ควบเขตขัณฑ์แด่ท้าว เป็นเดียวด้าวแดนดล เผือก็แต่งตนตรีมาตย์ จำทูลสาสน์สื่อถวาย เตรียบตังวายดำเนิน เจริญรสราชไมตรี เผด็จไพรีร่วมมิตร แด่บพิตรโทไท้ ขอเขือขาดเคียดไข้ ขุ่นข้อเข็ญความ เทอญนา ฯ

โคลง ๔

๓๘๒ปิ่นสยามรามฤทธิ์แม้นเสมอเดช ท่านฤๅ
ดาลสดับแสดงแห่งเหตุเหือดห้าว
ริปูหมู่มลาเขตโผอนออก มานา
บานเบิกหฤทัยท้าวธิราชได้โดยประสงค์ ฯ
๓๘๓จักรพงศ์ภูวนาถเผ้าพสุธาร
เผยพระราชปฏิสันถารถั่งถ้อย
บูรพ์ฉบับนับตรีวารจารีต นั้นนา
ทักแขกแรกฤๅน้อยมากไซร้ไป่มี ฯ
๓๘๔ปางนี้เชียงใหม่ผู้สวามิน
นฤโศกโรคราคินห่อนพ้อง
ผ่านภพแผ่นธรณินนิตย์เยี่ยง ยุกดิ์ฤๅ
เกษมทุกทวยธเรศซ้องสวัสดิแผ้วภัยกษัย ฯ
๓๘๕หนึ่งไสร้พิรุณร่วงฟ้าฟูไพ ศรพณ์แฮ
โดยฤดูดาลไขน่านน้ำ
พูนพืชโภชนาในนครเขต เขือฤๅ
อกราษฎร์ขาดเทวษช้ำชุ่มฟ้าฉ่าฝน ฯ
๓๘๖ไปดลภัเยศด้วยดัสกร เกิดเฮย
รังเริ่มรณรงค์รอนรบเร้า
เวียงสูสุขสถาวรวายเศิก แลฤๅ
สบส่ำสีมาข้าขอบแคว้นแคลนเข็ญ ฯ
๓๘๗เย็นจิตรไทไพร่พร้อมพราหมณ์ชี ชื่นฤๅ
ต่างแผ่ผลไมตรีต่อตั้ง
บ่เบียดบ่เบียนบีฑาโทษ กันแฮ
เลี้ยงชีพโดยสะดวกทั้งทั่วด้าวแดนไฉน ฯ
๓๘๘รับไท้ธราภพเบื้องบริหาร ท่านฤๅ
ขุนชื่ออำมาตย์ขานคาบนั้น
ถามทูตทูตแถลงการเขากล่าว สนองนา
สิ่งโทษโหดเหตุหั้นสุขสิ้นถิ่นเกษม ฯ
๓๘๙พระเปรมปราโมทย์ให้บำนาญ เนกเฮย
ตอบแต่งตังวายสาส์นส่งเต้า
เขาลาคระไลสถานถวายราช เขานา
แขกราชขาดทุกข์เศร้าสวัสดิ์ได้ดั่งถวิล ฯ

          ร่าย

          ๓๙๐ยินมลากเล่ห์บุทคล จรดลโดยรัถเยศ ทุเรศมรุกันดาร กาลมัชฌันติกสมัย คระโหยใจเจียนมรณ์ เพื่อภาสกรแผดเผา เบาแรงแห้งหู่แด แปรกรรหายหอบโตย โดยซ้ายขวาหน้าหลัง เล็งสระพังบมิพาน เล็งละหานบมิพ้อง ร้องหาเพื่อนบมิพบ ทบท่าวล้มทับทาง รอดบรางเลยชนม์ บัดเดียวดลดอกมลาย บนานนายหนึ่งซั้น ดั้นดงด่วนดำเนิน เดินแบกบอกตรอกธาร มานกมลโอบเอื้อ เพื่อการุณบุญขวน หลั่งหล่อชลหล่นบอก ตรอกต้องอกตกโอษฐ์ โสรจสรรพางค์ชุ่มชื่น หื่นคระหิวหายหอบ กอบกำลังฤๅลาญ ปานตนเจ้าโยนก ตระดกพระเดชอดุลย์ ได้ใบบุญปกเผ้า เศร้าเสื่อมหายวายกลัว กลับชมชัวชื่นหน้า ทุกถ้วนไทยไพร่ฟ้า พรั่งพร้อมหฤหรรษ์ สิ้นแล ฯ

โคลง ๔

๓๙๑ยรรยงยศทั่วท้องธาษตรี
สยาเมศมิ่งโมลีเลิศล้น
ทวาราวดีศรีอยุทธ์ยิ่ง ภพฤๅ
บุญบพิตรแผ่พ้นแผ่นหล้าเลอสรวง ฯ
๓๙๒พระคลวงเคลือบมาศแม้นมนเทียร ทิพย์เอย
สรรเพชญปราสาทเสถียรถิ่นท้าว
คิมหันต์แห่งจำเนียรนิตย์ท่าน สถิตฤๅ
จรูญจรัสรัตน์อะคร้าวรั่วรุ้งเรืองไถง ฯ
๓๙๓อำไพรุคฤหาสน์ห้องเหมันต์ ท่านแฮ
เรืองรพีพรรณจันทร์จิ่มฟ้า
มังคลาภิเษกสวรรค์สวัสดิ์สุข เสวยฤๅ
เรือนราชอาจอวดหล้าแหล่งเพี้ยงพิศวง ฯ
๓๙๔บรรยงก์ขัตติเยศอ้างสุริยา มรินทร์เอย
ยามฤดูพรรษาเสพไท้
อร่ามรัตนอาภาไพโรจน์ แลฤๅ
บุญแต่งแสดงยศให้เหตุสร้างปางหลัง ฯ
๓๙๕คลังกาญจน์คลังแก้วเกิดเนืองนอง เนกนา
ทุกทั่วประชาชนผองเผือดร้อน
อันเพ็ญภพมูนมองเมืองมั่ง แลเฮย
เย็นราษฎร์ขาดขุ่นข้อนค่ำเช้าเนาเกษม ฯ

                                                  ๑ ทานํ 

                                                  (การทำทาน)

๓๙๖พระเปรมปฏิบัติเบื้องทศธรรม์ ถ้วนแฮ
ทานวัตรพัศดุสรรพ์สิ่งให้
ทวยเถมินมั่วหมู่พันิพกพวก แคลนนา
วันละวันตั้งไว้หกห้างแห่งสถาน ฯ

                                                  ๒ สีลํ 

                                                  (การรักษาศีล)

๓๙๗เถลิงการกุศลสืบสร้างเบญจางค ศีลเฮย
เนืองนิวัทธฤๅวางว่างเว้น
บำเทิงหฤทัยทางบุญเบื่อ บาปนา
แสวงสัคมัคโมขเร้นรอดรื้อสงสาร ฯ

                                                  ๓ ปริจฺจาคํ 

                                                  (การบริจาคทรัพย์ทำบุญ)

๓๙๘สมภารพระก่อเกื้อการก ธรรมแฮ
ชินศาสนุปถัมภกเพิ่มตั้ง
จตุราปัจเยศยกบริจาค ออกเอย
อวยแด่ชุมชีทั้งทั่วแคว้นแขวงสยาม ฯ

                                                  ๔ อาชฺชวํ 

                                                  (ความซื่อตรง)

๓๙๙พระงามอุชุภาพพร้อมไตรพิธ ทวารเฮย
กายกมลภาษิตซื่อซ้อง
บำเพ็ญเพิ่มสุจริตเจริญสัตย์ สงวนนา
สิ่งคดปลดเปลื้องข้องแต่ครั้งฤๅมี ฯ

                                                  ๕ มทฺทวํ 

                                                  (ความอ่อนโยน)

๔๐๐ปรานีมาโนชน้อมมฤทู
ในนิกรชนชูชุ่มเผ้า
พระเอื้อพระเอ็นดูโดยเที่ยง ธรรมนา
อดโทษโปรดเกศเกล้าผิดพลั้งสั่งสอน ฯ

                                                   ๖ ตปํ 

                                                  (ความประพฤติตบะ)

๔๐๑สังวรอุโบสถสร้างประดิทิน
มาสประมาณวารถวิลสี่ถ้วน
อัษฎางคิกวิริยินทรีย์สงัด กามเอย
มละอิสริยสุขล้วนโลกซ้องสรรเสริญ ฯ

                                                  ๗ อกฺโกธํ 

                                                  (ความไม่โกรธ)

๔๐๒ทรงเจริญมิตรภาพเพี้ยงพรหมาน
ทิศทศจรดทุกสถานแผ่แผ้ว
ชัคสัตว์เสพสำราญรมย์ทั่ว กันนา
เย็นยิ่งจันทรกานต์แก้วเกิดน้ำฉ่ำแสง ฯ

                                                  ๘ อวิหึสญฺจ 

                                                  (ความไม่เบียดเบียน)

๔๐๓เสด็จแสดงยศเยือกหล้าแหล่งไผท
เพื่อพระกรุณาในเขตข้า
บกอบบก่อภัยพิบัติเบียด เบียนเอย
บานทุกหน้าถ้วนหน้านอบนิ้วถวายพร ฯ

                                                   ๙ ขนฺติญฺจ 

                                                  (ความอดทน)

๔๐๔ถาวรอธิวาสน์ค้าขันตี ธรรมฤๅ
ดำฤษณวิโรธราคีขุ่นข้อน
เพ็ญผลพุทธบารมีวิมุติสุข แสวงนา
เนืองโลกโศกเสื่อมร้อนสิ่งร้ายฤๅพาน ฯ

                                                   ๑๐ อวิโรธนํ 

                                                  (ความไม่ประพฤติผิด)

๔๐๕พระญาณยลเยี่ยงเบื้องโบราณ รีตนา
ในนิติราชศาสตร์สารสืบไว้
บแปรประพฤติพาลแผกฉบับ บูรพ์เฮย
โดยชอบกอบกิจไท้ธเรศตั้งแต่ปาง ฯ
๔๐๖ไป่วางขัตติยวัตรเว้นสักอัน
ทั่วทศพิธราชธรรม์ท่านสร้าง
สงเคราะห์จัตุราบรรษัทสุข เสมอนา
สังคฤหพัสดุอ้างสี่ไสร้สืบผล ฯ

                                                  ๑ สสฺสเมธํ 

                                                  (การบูชาด้วยข้าวกล้า)

๔๐๗ใดชนแคลนกล้าคู่โคไถ
ทรงประสาทเสมอใจจ่ายถ้วน
ปางผลเพิ่มพูนในนาราษฎร์ นั้นฤๅ
ส่วนสิบหยิบยกล้วนหนึ่งไว้ในฉาง ฯ

                                                  ๒ ปุริสเมธํ 

                                                  (การบูชาบุรุษ)

๔๐๘เสนางค์เนืองเนกหน้าในสนม
ทั่วทุกหมู่ทุกกรมแต่งตั้ง
ผจงแจกธนสารสมสิ่งชอบ เขาแฮ
หกมาสอาจอวยครั้งขวบสิ้นคราสอง ฯ

                                                  ๓ สมฺมาปาสํ 

                                                  (บ่วงอันชอบ)

๔๐๙ใดปองพาณิชย์สร้างสินศูนย์
เสนอลักษณ์เพื่อเอาธูรท่านให้
ไตรพรรษเพิ่มทวีคูณคืนส่ง สนองนา
ปวงราษฎร์ปราศทุกข์ไร้สว่างร้อนผ่อนเกษม ฯ

                                                  ๔ วาจาเปยฺยํ 

                                                  (วาจาเป็นที่รัก)

๔๑๐เอมโอชอมฤตอื้นโองการ ท่านฤๅ
ในอเนกคณะบริพารทุกหน้า
บหมิ่นประมาณฐานพฤฒิภาพ เขาเฮย
ควรปู่คู่ลุงน้าหนึ่งนั้นบัณฑูร ฯ

                                                   ๕ นิรคฺคลํ 

                                                   (การไม่มีลิ่มสลักคือไม่ต้องใส่กลอนประตูบ้าน)

๔๑๑ไพบูลย์สงเคราะห์ถ้วนทวยชน
สังคฤหพัสดุผลเพิ่มพ้อง
บำเทิงธราดลโจรจืด แลแฮ
ทวารเย่าเปล่าลิ่มป้องเปิดได้โดยถวิล ฯ

โคลง ๔

๔๑๒ประดิทินกรรมบถเบื้องทศางค์ สิ้นนา
สืบกุศลธรรมทางถ่องแท้
จักรพรรดิวัตรวิริยางค์ยุกดิ์เยี่ยง แลฤๅ
ทวาทศพจนพากย์แก้ก่อเกื้อเผื่อผล ฯ

                                                  ๑ อนฺโตชนสฺมึ พลกายสฺมึ

                                                  (ทรงจักรวรรดิวัตรในชนภายใน และหมู่พลทหาร)

๔๑๓ชุมชนบริรักษ์ทั้งหญิงชาย
ทั่วทุกนางทุกนายใฝ่เฝ้า
ทรงขจัดอุปัทวันตรายบำราศ ทุกข์นา
ใจใส่ไปค่ำเช้าชื่นหน้าอ่าโฉม ฯ

                                                  ๒ ขตฺติเยสุ 

                                                  (ในกษัตริย์ทั้งหลาย)

๔๑๔บรรโลมเลี้ยงโลกด้วยการุญ
ในขัตติยทุกขุนเขตด้าว
อำนวยรัตนวิบุลนาเนก แลเฮย
มีอาทิราชหัยห้าวเห็จเพี้ยงลมผัน ฯ

                                                  ๓ อนุยนฺเตสุ 

                                                  (ในผู้ติดตามทั้งหลาย)

๔๑๕เนืองนันต์นราธิปผู้เผ่าพงศ์
โดยเสด็จดำเนินคงคู่ไท้
พระเอื้อพระอวยมงคลยั่ว ยานแฮ
ดุรงค์รถคชพ่าหน์ให้ห่อนเว้นเป็นเฉลิม ฯ

                                                  ๔ พฺราหฺมณคหปติเกสุ 

                                                  (ในพราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย)

๔๑๖เผดิมผดุงชีพ่อพร้อมพราหมณ์ผอง
พัสตร์โภชน์โหติกูณฑ์กองกอบถ้วน
นายกเย่าปูนปองประโยชน์ครบ ครันเฮย
สบสิ่งสำรดล้วนเครื่องใช้ไป่เหลือ ฯ

                                                  ๕ เนคมชานปเทสุ 

                                                  (ในชาวนิคมและชาวชนบททั้งหลาย)

๔๑๗ผจงเจือแจงแจกทั้งชนบท สิ้นนา
ในนอกนิคมคามหมดขอบขั้น
ภิยโยพระยศทศทิศร่ม ร้อนฤๅ
เย็นเฉกพรหมฉัตรชั้นเชิดฟ้าฟูฉาย ฯ

                                                  ๖ สมณพฺราหฺมเณสุ 

                                                  (ในสมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย)

๔๑๘ทวยหลายลอยบาปร้างรำงับ ราคฤๅ
บริสุทธิศีลสี่สรรพสฤษฏ์รั้ง
สมณะหนึ่งนามนับนามหนึ่ง พราหมณ์นา
นฤนาถอาจอวยทั้งสิ่งถ้วนบริขาร ฯ

                                                  ๗ มิคฺคปกฺขีสุ 

                                                  (ในเนื้อและนกทั้งหลาย)

๔๑๙อภัยทานท่านแต่งตั้งต่อสรรพ สัตว์เอย
มวลมฤคปักษีพรรค์แผ่ก้าง
อย่าเริ่มอย่าริรันทำโทษ มันแฮ
ห้ามบ่ให้ใครมล้างล่วงพ้นชนม์กษัย ฯ

                                                  ๘ อธมฺมการปฏิกฺเขโป 

                                                  (ห้ามการไม่เป็นธรรม)

๔๒๐หฤทัยอนุเคราะห์ถ้วนทาสภู
บาปสร่างสร้างบุญขูเขตท้าว
เบญจาพิธไพรูโรยเริด ลงฤๅ
เพราะเพื่อพระนาถน้าวหน่วงโน้มในกุศล ฯ

                                                  ๙ อธนานํ ธนุปทานํ

                                                  (การให้ทรัพย์แก่ผู้ไร้ทรัพย์ทั้งหลาย)

๔๒๑ชนใดใจขุ่นข้นธนแคลน
ทรงจ่ายรายทรัพย์แสนสิ่งให้
อาวรณ์ห่อนหวงแหนหายิ่ง ยากแฮ
ชุบช่วยทวยธเรศไร้เสื่อมร้อนรอนเข็ญ ฯ

                                                  ๑๐ สมณพฺราหฺมเณ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหาปุจฺฉนํ

                                                  (การเข้าไปหาสมณพราหมณ์แล้วถามปัญหา)

๔๒๒ปวงเป็นบาพรตพร้อมพรหมจรรย์
มานะมละสบสรรพ์สิ่งเก้า
เสด็จสู่ศึกษาธรรม์ถามโทษ คุณแฮ
เสร็จทราบบาปบุญเค้าขาดข้อกังขา ฯ

                                                  ๑๑ อธมฺมราคสฺส ปหานํ

                                                  (ละความกำหนัดในอธรรมคือล่วงประเวณี)

๔๒๓ภูวนายกนาถเกล้ากษัตรีย์
ขจัดจากอธรรมราคีเกลียดใกล้
ทุจริตราคฤดีโดยกล่าว ไว้นา
ทั่วอคมนิยฐานไท้ธิราชร้างห่างขวน ฯ

                                                  ๑๒. วิสมโลภสฺส ปหานํ

                                                  (การละความโลภอันไม่สม่ำเสมอเสีย)

๔๒๔ไป่ดลมหิจฉภาพเอื้อเอาสาร ทรัพย์เฮย
แห่งบ่ให้เหตุพาลโอบอ้าง
โดยกิจกอบพลการปองประโยชน์ ตนนา
นามวิสมโลภมล้างเล่ห์นั้นฤๅมี ฯ
๔๒๕พิธีทวาทศพร้องพรรณนา นี้ฤๅ
จักรพรรดิวัตรจรรยาชื่อชี้
เรืองรุ่งราชกฤษฎาธิการเกียรติ เกริกแฮ
เจริญสวัสดิ์ขัตติเยศกี้ก่อสร้างสืบแสวง ฯ

โคลง ๔

๔๒๖เสร็จแสดงพระยศเจ้าจอมอยุธ ยาเอย
องค์อดิศรสมมุติเทพไท้
นเรศวรรัตนมกุฎเกศกษัตริย์ สยามฤๅ
หวังอยู่คู่ธเรศไว้ฟากฟ้าดินเฉลิม ฯ
๔๒๗รังเริ่มรจเรขอ้างอรรถา แถลงเอย
เสมอทิพยมาลย์ผกาเก็บร้อย
ฉลองบทรัชนราธิปผ่าน ภพฤๅ
โดยบ่เชี่ยวเชลงถ้อยถ่องแท้แลฉงาย ฯ
๔๒๘บรรยายกลกาพย์แสร้งสมญา ไว้แฮ
สมลักษณ์เล่ห์เสาวนาเรื่องรู้
ตะเลงพ่ายเพื่อตะเลงปราชัเยศ พระเอย
เสนอฤทธิ์สองราชสู้ศึกช้างกลางสมร ฯ
๔๒๙อวยพรคณะปราชญ์พร้อมพิจารณ์ เทอญพ่อ
ใดวิรุธบรรหารเหตุด้วย
จงเฉลิมแหล่งพสุธารเจริญรอด หึงแฮ
มลายโลกอย่ามลายม้วยอรรถอื้นอัญขยม ฯ
๔๓๐กรมหมื่นนุชิต เชื้อกวีวร
ชิโนรส มิ่งมหิศรเสกให้
ศรีสุคต พจนสุนทรเถลิงลักษณ์ นี้นา
ขัตติยวงศ์ ผจงโอษฐ์ไว้สืบหล้าอย่าศูนย์ ฯ
๔๓๑ไพบูลย์โดยบทเบื้องโบราณ รีตฤๅ
รังสฤษฏ์พระหลานตูต่อบ้าง
กปิษฐาขัตติยกุมารสมมติ นามนา
หน่อบพิตรเจ้าช้างเผือกผู้สามทรง ฯ
๔๓๒บรรจงเสาวเลขแล้วหลายคุง ขวบฤๅ
ปางปิ่นธเรศอำรุงโลกเลี้ยง
ทำนุกเชตุพนผดุงเผดิมตึก เต็มเอย
อาวาสอาจเพ่งเพี้ยงแผ่นฟ้ามาเสมอ ฯ
๔๓๓อำเภอพิริยภาพพ้องปรีชา เชี่ยวแฮ
เสาะส่องสุขุมปัญญากอบกู้
คามภีร์พากย์สุภาษิตสืบ แสวงนา
สบสิ่งสรรพศัพท์รู้รวบร้วมรวมเฉลย ฯ
๔๓๔มละเลยกิจอื่นเอื้อเอาธูร เดียวพ่อ
สัมฤทธิ์มโนรถวิบูลบ่ร้าง
จงเป็นปัจเยศพูนศราพก พระเอย
หนปักษ์ทักษิณสร้างสฤษฏ์ได้ดั่งถวิล ฯ
๔๓๕แห่งปิ่นวิสุทธเทพไท้ทศพล
อันอุบัติอนาคตดลอย่าแคล้ว
ปัญญาธิกญาณยลสี่สัจ แลฤๅ
มล้างเกลศลามกแผ้วผ่องเพี้ยงเพ็ญแข ฯ
๔๓๖แปรมุขเมือมุ่งห้องนฤพาน
พ้นจัตุเภทกันดารดัดดั้น
เบญจาพิธมวลมารมลายล่ง แลเฮย
เสวยวิมุตติลาภซั้นเสร็จซ้องประสงค์ ฯ
๔๓๗ผิววงว่ายวัฏเวิ้งวารี โอฆฤๅ
บลุโลกุตรโมลีเลิศล้น
จงเจนจิตกวีวรวากย์ เฉลียวเอย
ตราบล่วงบ่วงภพพ้นเผด็จเสี้ยนเบียนสมร ฯ
๔๓๘จบกลอนเกลาพากย์อ้างอภิปราย
เถลิงเกียรติราชบรรยายยศไท้
เฉกนพรัตน์ตังวายวิจิตรแจก ไว้นา
เสนอหมู่เมธาให้อ่านเอื้อนเตือนเกษม ฯ
๔๓๙จบ เสร็จเสาวพากย์ถ้อยวิตถาร แถลงนา
ลิลิต ราชพงศาวดารแต่กี้
ตะเลง เหล่าดัสกรลาญมลายชีพ ลงฤๅ
พ่าย พระเดชหลีกลี้ประลาตต้อนแตกสยาม ฯ


___________________________________________

        ตอนที่ ๑ เริ่มร่ายบทกวี

ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ

ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

ตอนที่ ๔ พระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร

ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ

ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ

ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย

ตอนที่ ๘ ทัพหน้าไทยถอยไม่เป็นกระบวน

ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก

ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย

ตอนที่ ๑๑ พระนเรศวรทรงสร้างสถูปและปูนบำเหน็จทหาร

ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ