ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ - ตะเลงพ่าย - ลิลิตตะเลงพ่าย

 

ย้อนกลับ

ตะเลงพ่าย

(ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ)



  ร่าย

          ฝ่ายพระนครรามัญ ขัณฑ์เขตด้าวอัสดง หงสาวดีบุเรศ รั่วรู้เหตุบมิหึง แห่งเอิกอึงกิดาการ ฝ่ายพสุธารออกทิศ ว่าอดิศวรกษัตรา มหาธรรมราชนรินทร์ เจ้าปัฐพินผ่านทวีป ดับชนมชีพพิราลัย เอารสไทนฤเบศ นเรศวรเสวยศวรรยา แจ้งกิจจาตระหนัก จึ่งพระปิ่นปักธาษตรี บุรีรัตนหงสา ธก็บัญชาพิภาษ ด้วยมวลมาตยากร ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้ บร้างรู้เหตุผล ควรยาตรพลไปเยือน เตือนประยุทธ์เอาเปรียบ แม้นไป่เรียบเป็นที โจมจู่ยีย่ำภพ เสนีนบนึกชอบ ระบอบเบื้องบรรหาร ธก็เอื้อนสารเสาวพจน์ แด่เอารสยศเยศ องค์อิศเรศอุปราช ให้ยกยาตราทัพ กับนครเชียงใหม่ เป็นพยุหใหญ่ห้าแสน ไปเหยียบแดนปราจิน บุตรท่านยินถ้อถ้อย ข้อยผู้ข้าบาทบงสุ์ โหรควรคงทำนาย ทายพระเคราะห์ถึงฆาต ฟังสารราชเอารส ธก็ผะชดบัญชา เจ้าอยุธยามีบุตร ล้วนยงยุทธ์เชี่ยวชาญ หาญหักศึกบมิย่อ ต่อสู้ศึกบมิหยอน ไป่พักวอนว่าใช้ ให้ธหวงธห้าม แม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุทธนา เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์ ธตรัสเยาะเยี่ยงขลาด องค์อุปราชยินสาร แสนอัประมาณมาตย์มวล นวลพระพักตร์ผ่องเผือด เลือดสลดหมดคล้ำ ช้ำกมลหมองมัว กลัวพระอาชญายอบ นอบประณตบทมูล ทูลลาไท้ลีลาศ ธก็ประกาศเกณฑ์พล บอกยุบลบมิหึง ถึงเชียงใหม่ตระบัด เร่งแจงจัดจตุรงค์ ลงมาสู่หงสา แล้วธให้หาเมืองออก บอกทุกแดนทุกด้าว บอกทุกท้าวทุกเทศ ทั่วทุกเขตทุกขอบ รอบสีมามณฑล ทราบนุสนธิ์ทุกแห่ง ต่างตกแต่งแสะสาร แสนยาหาญมหิมา คลาบรรลุเวียงราช แลสระพราศสระพรั่ง คั่งคับนับเหลือตรา ต่างภาษาต่างเพศ พิเศษสรรพแต่งตน ข้าศึกยลแสยงฤทธิ์ บพิตรธเทียบทัพหลวง โดยกระทรวงพยุหบาตร จักยาตราตรู่เช้า เสด็จคืนเข้านิเวศไท้ เกรียมอุระราชไหม้ หม่นเศร้าศรีสลาย อยู่นา ฯ

โคลง ๒

พระผาดผายสู่ห้องหาอนุชนวลน้อง
หนุ่มหน้าพระสนม ฯ
ปวงประนมนบเกล้างามเสงี่ยมเฟี้ยมเฝ้า
อยู่ถ้าทูลสนอง ฯ
กรตระกองกอดแก้วเรียมจักร้างรศแคล้ว
คลาศเคล้าคลาสมร ฯ
๑๐จำใจจรจากสร้อยอยู่แม่อย่าละห้อย
ห่อนช้าคืนสม แม่แล ฯ

โคลง ๔

๑๑สาวสนมสนองนาถไท้ทูลสาร
พระจักจรจากสถานถิ่นท้าว
เสด็จแดนทุรกันดารใดราช เสนอนา
ฤๅพระรานเสน่ห์ร้าวด่วนร้างแรมไฉน ฯ
๑๒จำใจจำจากเจ้าจำจร
จำนิราศแรมสมรแม่ร้าง
เพราะเพื่อจักไปรอนอริราช แลแม่
จำทุกข์จำเทวษว้างสวาทว้าหวั่นถวิล ฯ
๑๓ยินสารสมเด็จไท้ภรรดา
ดาลสุชลธาราหยาดย้อย
เศียรซบแทบบาทาทางเทวษ
ฤๅใคร่วายว่างสร้อยสร่างสิ้นกันแสง ฯ
๑๔ทูลแถลงแห่งบาปเบื้องบูรพ์ไฉน
จึ่งบดินทร์เด็ดใจจากห้อง
พระเสด็จแต่เดียวไกลแดนราช
ฤๅพระจักละน้องอยู่ว้าวังขัง ฯ
๑๕กลางไพรใครเพื่อนท้าวนอนผลู
จักผทมเดียวดูแต่ไม้
พระเคยคณะพธูทูลบาท
ฤๅพระจักตกไร้นิราศร้างแรมสนม ฯ
๑๖กรมทุกข์เกรียมเทวษด้วยวนิดา
คิดใคร่ขัดบัญชาท่านใช้
หากเกรงพระอาชญาบิตุราช
ร้อนระบมบ่มไหม้สวาทเพี้ยงเพลิงสุม ฯ
๑๗ฝืนโศกปลอบนิ่มน้องสนองนาง
อย่าพิลาปเยียวลางศึกหน้า
โศกนักจักหม่นหมางหมองรูป
เรียมบ่ร้างรสช้าด่วนร้อนคืนหลัง ฯ
๑๘ใช่เชิงชังแม่แล้วจึ่งจร
ขัดพระเดชอดิศรห่อนได้
จำเรียมนิราสมรเสมอชีพ
เชิญแม่ดับเทวษไห้อยู่ถ้าคืนสม ฯ
๑๙บังคมบรมบาทไท้แถลงพลาง
ขอใคร่โดยเสด็จทางเถื่อนท้อง
เป็นเพื่อนบพิตรกลางไพรพฤกษ์ พระเอย
ห่างราชฤๅแรมห้องอยู่ให้ใครถนอม ฯ
๒๐ไพรพนอมย่อมยากแท้อย่าหวัง
เชิญเกษมเสวยวังอยู่ถ้า
จักไปจักเป็นกังวลพี่ นะแม่
เมือศึกนึกตั้งหน้าติดน้องหน่วงหาญ ฯ
๒๑การยุทธ์สุดที่ห้ามแหนองค์
ครั้นจักโดยเสด็จดงห่อนได้
อยู่หลังจักตั้งทรงแต่โศก แล้วนา
นอนจะเป็นนอนไข้ข่าวท้าวคอยถาม ฯ
๒๒ทรามรักอย่าร้องร่ำกำสรวล
อยู่แม่อย่าเสวยครวญละห้อย
บ่นานบ่หน่ายนวลแหนงเสน่ห์ นุชนา
เสร็จทัพกลับถนอมสร้อยอย่าเศร้าเสียศรี ฯ

      ร่าย

          ๒๓เสร็จเสาวนีย์สั่งสนม เนืองบังคมคำราช พระบาทบทันนิทรา จวนเวลาล่วงสาง พื้นนภางค์เผือดดาว แสงเงินขาวขอบฟ้า แสงทองจ้าจับเมฆ รังสีเฉกฉายฉัน ไก่แก้วขันเจื้อยแจ้ว ดุเหว่าแหว้วเสียงใส จึ่งบรมไทธิราช ยุรยาตรยังที่สรง ชำระองค์บนาน ทรงสุคนธ์ธารกลิ่นตรลบ หอมอวลอบอายขจร ทรงบวรวิภูษิต สนับเพลาพิศพรายพร้อย ชายไหวย้อยยะยาบ ชายแครงทาบเครือวัลย์ รัตพัสตร์พรรณยรรยง ฉลองพระองค์เพริศแพร้ว มกรแก้วเกยูร ตาบไพฑูรย์เรืองจรัส สะอิ้งรัตนประพาล สอดสังวาลเฉวียงองค์ มกุฎทรงเทริดเกศ อย่างอิศเรศรามัญ สรรเป็นรูปอุรเคนทร์ เพญพะพานแผ่เศียร แสงวิเชียรช่อช่วง ธำมรงค์ร่วงรุ้งพราย รายนพรัตน์ชัชวาล เครื่องอลงการโอ่อ่า งามสง่าขัตติเยศ พระแสดงเดชผังผาย กุมแสงกรายกรนาด ยุรยาตรย่างไกรสร จากศีขรคูหา ลีลายังวังราช ไหว้บัวบาทบิตุรงค์ ขอลาองค์ท่านไท้ ไปเผด็จดัสกรให้ เหือดเสี้ยนศึกสยาม สิ้นนา ฯ

โคลง ๒

๒๔พระฟังความลูกท้าวลาเสด็จศึกด้าว
ดั่งเบื้องบรรหาร ฯ

โคลง ๓

๒๕ภูบาลอื้นอำนวยอวยพระพรเลิศล้น
จงอยุธย์อย่าพ้นแห่งเงื้อมมือเทอญ พ่อนา ฯ

โคลง ๔

๒๖จงเจริญชัเยศด้วยเดชะ
ชาวอยุธย์อย่าพะพ่อได้
จงแพ้พินาศพระวิริยภาพ พ่อนา
ชนะแด่สองท่านไท้ธิราชเจ้าจอมสยาม ฯ
๒๗สงครามความเศิกซึ้งแสนกล
จงพ่ออย่ายินยลแต่ตื้น
อย่าลองคะนองตนตามชอบ ทำนา
การศึกลึกเล่ห์พื้นล่อเลี้ยวหลอกหลอน ฯ
๒๘จงแจ้งแห่งเหตุเบื้องโบราณ
เป็นประโยชน์ยุทธการกล่าวไว้
เอาใจทหารหาญเริงรื่น อยู่นา
อย่าระคนปนใกล้เกลือกกลั้วขลาดเขลา ฯ
๒๙หนึ่งรู้พยุหเศิกไส้สบสถาน
เจนจิตวิทยาการกาจแกล้ว
รู้เชิงพิชัยชาญชุมค่าย ควรนา
อาจจักรอนรณแผ้วแผกแพ้พังหนี ฯ
๓๐หนึ่งรู้บำเหน็จให้ขุนพล
อันสมรรถมือผจญจืดเสี้ยน
อย่าหย่อนวิริยยลอย่างเกียจ
แปดประการกลเที้ยรถ่องแท้ทางแถลง ฯ
๓๑จงจำคำพ่อไซร้สั่งสอน
จงประสิทธิ์สมพรพ่อให้
จงเรืองพระฤทธิ์รอนอริราช
จงพ่อลุลาภได้เผด็จด้าวแดนสยาม ฯ

     ร่าย

          ๓๒เสร็จสั่งความโอวาท ไท้ธประสาทพระพร แด่ภูธรเอารส ธก็ประณตรับคำ อำลาท้าวลีลาศ ยุรยาตรยังเกยชัย เสนาในเตรียมทัพ สรรพพลห้าสิบหมื่น ขุนคชหื่นหาญแกล้ว ขับช้างแก้วพัทธกอ รอรับราชริมเกย ควาญเคยคัดท้ายเทียบ เสด็จย่างเหยียบหลังสาร ทรงคชาธารยรรยง อลงกตแก้วแกมกาญจน์ เครื่องพุดตานตกแต่ง แข่งสีทองทอเนตร ปักเศวตฉัตรฉานฉาย คลายคชบาทยาตรา คลี่พยุหคลาคลาดแคล้ว คล้ายคล้ายนายทแกล้ว ย่างเยื้องธงทอง แลนา ฯ



_______________________________________________________

ตอนที่ ๑ เริ่มร่ายบทกวี

ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ

ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

ตอนที่ ๔ พระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร

ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ

ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ

ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย

ตอนที่ ๘ ทัพหน้าไทยถอยไม่เป็นกระบวน

ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก

ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย

ตอนที่ ๑๑ พระนเรศวรทรงสร้างสถูปและปูนบำเหน็จทหาร

ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ