ตะเลงพ่าย
(ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ)
ร่าย
๖ฝ่ายพระนครรามัญ ขัณฑ์เขตด้าวอัสดง หงสาวดีบุเรศ รั่วรู้เหตุบมิหึง แห่งเอิกอึงกิดาการ ฝ่ายพสุธารออกทิศ ว่าอดิศวรกษัตรา มหาธรรมราชนรินทร์ เจ้าปัฐพินผ่านทวีป ดับชนมชีพพิราลัย เอารสไทนฤเบศ นเรศวรเสวยศวรรยา แจ้งกิจจาตระหนัก จึ่งพระปิ่นปักธาษตรี บุรีรัตนหงสา ธก็บัญชาพิภาษ ด้วยมวลมาตยากร ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้ บร้างรู้เหตุผล ควรยาตรพลไปเยือน เตือนประยุทธ์เอาเปรียบ แม้นไป่เรียบเป็นที โจมจู่ยีย่ำภพ เสนีนบนึกชอบ ระบอบเบื้องบรรหาร ธก็เอื้อนสารเสาวพจน์ แด่เอารสยศเยศ องค์อิศเรศอุปราช ให้ยกยาตราทัพ กับนครเชียงใหม่ เป็นพยุหใหญ่ห้าแสน ไปเหยียบแดนปราจิน บุตรท่านยินถ้อถ้อย ข้อยผู้ข้าบาทบงสุ์ โหรควรคงทำนาย ทายพระเคราะห์ถึงฆาต ฟังสารราชเอารส ธก็ผะชดบัญชา เจ้าอยุธยามีบุตร ล้วนยงยุทธ์เชี่ยวชาญ หาญหักศึกบมิย่อ ต่อสู้ศึกบมิหยอน ไป่พักวอนว่าใช้ ให้ธหวงธห้าม แม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุทธนา เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์ ธตรัสเยาะเยี่ยงขลาด องค์อุปราชยินสาร แสนอัประมาณมาตย์มวล นวลพระพักตร์ผ่องเผือด เลือดสลดหมดคล้ำ ช้ำกมลหมองมัว กลัวพระอาชญายอบ นอบประณตบทมูล ทูลลาไท้ลีลาศ ธก็ประกาศเกณฑ์พล บอกยุบลบมิหึง ถึงเชียงใหม่ตระบัด เร่งแจงจัดจตุรงค์ ลงมาสู่หงสา แล้วธให้หาเมืองออก บอกทุกแดนทุกด้าว บอกทุกท้าวทุกเทศ ทั่วทุกเขตทุกขอบ รอบสีมามณฑล ทราบนุสนธิ์ทุกแห่ง ต่างตกแต่งแสะสาร แสนยาหาญมหิมา คลาบรรลุเวียงราช แลสระพราศสระพรั่ง คั่งคับนับเหลือตรา ต่างภาษาต่างเพศ พิเศษสรรพแต่งตน ข้าศึกยลแสยงฤทธิ์ บพิตรธเทียบทัพหลวง โดยกระทรวงพยุหบาตร จักยาตราตรู่เช้า เสด็จคืนเข้านิเวศไท้ เกรียมอุระราชไหม้ หม่นเศร้าศรีสลาย อยู่นา ฯ
โคลง ๒
| ๗พระผาดผายสู่ห้อง | หาอนุชนวลน้อง |
| หนุ่มหน้าพระสนม ฯ | |
| ๘ปวงประนมนบเกล้า | งามเสงี่ยมเฟี้ยมเฝ้า |
| อยู่ถ้าทูลสนอง ฯ | |
| ๙กรตระกองกอดแก้ว | เรียมจักร้างรศแคล้ว |
| คลาศเคล้าคลาสมร ฯ | |
| ๑๐จำใจจรจากสร้อย | อยู่แม่อย่าละห้อย |
| ห่อนช้าคืนสม แม่แล ฯ |
โคลง ๔
| ๑๑สาวสนมสนองนาถไท้ | ทูลสาร |
| พระจักจรจากสถาน | ถิ่นท้าว |
| เสด็จแดนทุรกันดาร | ใดราช เสนอนา |
| ฤๅพระรานเสน่ห์ร้าว | ด่วนร้างแรมไฉน ฯ |
| ๑๒จำใจจำจากเจ้า | จำจร |
| จำนิราศแรมสมร | แม่ร้าง |
| เพราะเพื่อจักไปรอน | อริราช แลแม่ |
| จำทุกข์จำเทวษว้าง | สวาทว้าหวั่นถวิล ฯ |
| ๑๓ยินสารสมเด็จไท้ | ภรรดา |
| ดาลสุชลธารา | หยาดย้อย |
| เศียรซบแทบบาทา | ทางเทวษ |
| ฤๅใคร่วายว่างสร้อย | สร่างสิ้นกันแสง ฯ |
| ๑๔ทูลแถลงแห่งบาปเบื้อง | บูรพ์ไฉน |
| จึ่งบดินทร์เด็ดใจ | จากห้อง |
| พระเสด็จแต่เดียวไกล | แดนราช |
| ฤๅพระจักละน้อง | อยู่ว้าวังขัง ฯ |
| ๑๕กลางไพรใครเพื่อนท้าว | นอนผลู |
| จักผทมเดียวดู | แต่ไม้ |
| พระเคยคณะพธู | ทูลบาท |
| ฤๅพระจักตกไร้ | นิราศร้างแรมสนม ฯ |
| ๑๖กรมทุกข์เกรียมเทวษด้วย | วนิดา |
| คิดใคร่ขัดบัญชา | ท่านใช้ |
| หากเกรงพระอาชญา | บิตุราช |
| ร้อนระบมบ่มไหม้ | สวาทเพี้ยงเพลิงสุม ฯ |
| ๑๗ฝืนโศกปลอบนิ่มน้อง | สนองนาง |
| อย่าพิลาปเยียวลาง | ศึกหน้า |
| โศกนักจักหม่นหมาง | หมองรูป |
| เรียมบ่ร้างรสช้า | ด่วนร้อนคืนหลัง ฯ |
| ๑๘ใช่เชิงชังแม่แล้ว | จึ่งจร |
| ขัดพระเดชอดิศร | ห่อนได้ |
| จำเรียมนิราสมร | เสมอชีพ |
| เชิญแม่ดับเทวษไห้ | อยู่ถ้าคืนสม ฯ |
| ๑๙บังคมบรมบาทไท้ | แถลงพลาง |
| ขอใคร่โดยเสด็จทาง | เถื่อนท้อง |
| เป็นเพื่อนบพิตรกลาง | ไพรพฤกษ์ พระเอย |
| ห่างราชฤๅแรมห้อง | อยู่ให้ใครถนอม ฯ |
| ๒๐ไพรพนอมย่อมยากแท้ | อย่าหวัง |
| เชิญเกษมเสวยวัง | อยู่ถ้า |
| จักไปจักเป็นกัง | วลพี่ นะแม่ |
| เมือศึกนึกตั้งหน้า | ติดน้องหน่วงหาญ ฯ |
| ๒๑การยุทธ์สุดที่ห้าม | แหนองค์ |
| ครั้นจักโดยเสด็จดง | ห่อนได้ |
| อยู่หลังจักตั้งทรง | แต่โศก แล้วนา |
| นอนจะเป็นนอนไข้ | ข่าวท้าวคอยถาม ฯ |
| ๒๒ทรามรักอย่าร้องร่ำ | กำสรวล |
| อยู่แม่อย่าเสวยครวญ | ละห้อย |
| บ่นานบ่หน่ายนวล | แหนงเสน่ห์ นุชนา |
| เสร็จทัพกลับถนอมสร้อย | อย่าเศร้าเสียศรี ฯ |
ร่าย
๒๓เสร็จเสาวนีย์สั่งสนม เนืองบังคมคำราช พระบาทบทันนิทรา จวนเวลาล่วงสาง พื้นนภางค์เผือดดาว แสงเงินขาวขอบฟ้า แสงทองจ้าจับเมฆ รังสีเฉกฉายฉัน ไก่แก้วขันเจื้อยแจ้ว ดุเหว่าแหว้วเสียงใส จึ่งบรมไทธิราช ยุรยาตรยังที่สรง ชำระองค์บนาน ทรงสุคนธ์ธารกลิ่นตรลบ หอมอวลอบอายขจร ทรงบวรวิภูษิต สนับเพลาพิศพรายพร้อย ชายไหวย้อยยะยาบ ชายแครงทาบเครือวัลย์ รัตพัสตร์พรรณยรรยง ฉลองพระองค์เพริศแพร้ว มกรแก้วเกยูร ตาบไพฑูรย์เรืองจรัส สะอิ้งรัตนประพาล สอดสังวาลเฉวียงองค์ มกุฎทรงเทริดเกศ อย่างอิศเรศรามัญ สรรเป็นรูปอุรเคนทร์ เพญพะพานแผ่เศียร แสงวิเชียรช่อช่วง ธำมรงค์ร่วงรุ้งพราย รายนพรัตน์ชัชวาล เครื่องอลงการโอ่อ่า งามสง่าขัตติเยศ พระแสดงเดชผังผาย กุมแสงกรายกรนาด ยุรยาตรย่างไกรสร จากศีขรคูหา ลีลายังวังราช ไหว้บัวบาทบิตุรงค์ ขอลาองค์ท่านไท้ ไปเผด็จดัสกรให้ เหือดเสี้ยนศึกสยาม สิ้นนา ฯ
โคลง ๒
| ๒๔พระฟังความลูกท้าว | ลาเสด็จศึกด้าว |
| ดั่งเบื้องบรรหาร ฯ |
โคลง ๓
| ๒๕ภูบาลอื้นอำนวย | อวยพระพรเลิศล้น |
| จงอยุธย์อย่าพ้น | แห่งเงื้อมมือเทอญ พ่อนา ฯ |
โคลง ๔
| ๒๖จงเจริญชัเยศด้วย | เดชะ |
| ชาวอยุธย์อย่าพะ | พ่อได้ |
| จงแพ้พินาศพระ | วิริยภาพ พ่อนา |
| ชนะแด่สองท่านไท้ | ธิราชเจ้าจอมสยาม ฯ |
| ๒๗สงครามความเศิกซึ้ง | แสนกล |
| จงพ่ออย่ายินยล | แต่ตื้น |
| อย่าลองคะนองตน | ตามชอบ ทำนา |
| การศึกลึกเล่ห์พื้น | ล่อเลี้ยวหลอกหลอน ฯ |
| ๒๘จงแจ้งแห่งเหตุเบื้อง | โบราณ |
| เป็นประโยชน์ยุทธการ | กล่าวไว้ |
| เอาใจทหารหาญ | เริงรื่น อยู่นา |
| อย่าระคนปนใกล้ | เกลือกกลั้วขลาดเขลา ฯ |
| ๒๙หนึ่งรู้พยุหเศิกไส้ | สบสถาน |
| เจนจิตวิทยาการ | กาจแกล้ว |
| รู้เชิงพิชัยชาญ | ชุมค่าย ควรนา |
| อาจจักรอนรณแผ้ว | แผกแพ้พังหนี ฯ |
| ๓๐หนึ่งรู้บำเหน็จให้ | ขุนพล |
| อันสมรรถมือผจญ | จืดเสี้ยน |
| อย่าหย่อนวิริยยล | อย่างเกียจ |
| แปดประการกลเที้ยร | ถ่องแท้ทางแถลง ฯ |
| ๓๑จงจำคำพ่อไซร้ | สั่งสอน |
| จงประสิทธิ์สมพร | พ่อให้ |
| จงเรืองพระฤทธิ์รอน | อริราช |
| จงพ่อลุลาภได้ | เผด็จด้าวแดนสยาม ฯ |
ร่าย
๓๒เสร็จสั่งความโอวาท ไท้ธประสาทพระพร แด่ภูธรเอารส ธก็ประณตรับคำ อำลาท้าวลีลาศ ยุรยาตรยังเกยชัย เสนาในเตรียมทัพ สรรพพลห้าสิบหมื่น ขุนคชหื่นหาญแกล้ว ขับช้างแก้วพัทธกอ รอรับราชริมเกย ควาญเคยคัดท้ายเทียบ เสด็จย่างเหยียบหลังสาร ทรงคชาธารยรรยง อลงกตแก้วแกมกาญจน์ เครื่องพุดตานตกแต่ง แข่งสีทองทอเนตร ปักเศวตฉัตรฉานฉาย คลายคชบาทยาตรา คลี่พยุหคลาคลาดแคล้ว คล้ายคล้ายนายทแกล้ว ย่างเยื้องธงทอง แลนา ฯ
_______________________________________________________
ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ
ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี
ตอนที่ ๔ พระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร
ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ
ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ
ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย
ตอนที่ ๘ ทัพหน้าไทยถอยไม่เป็นกระบวน
ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก
ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย
ตอนที่ ๑๑ พระนเรศวรทรงสร้างสถูปและปูนบำเหน็จทหาร
ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ
