ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย - ตะเลงพ่าย - ลิลิตตะเลงพ่าย

 

ย้อนกลับ

ตะเลงพ่าย

(ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย)




          ร่าย

          ๒๒๘ฝ่ายกองตระเวนรามัญ อันขุนศึกธใช้ ให้เอาม้ามาลาด คอยข่าวราชริปู ดูทัพชาวพระนคร จักออกรอนออกรบ จักออกทบออกทาน เอาอาการมาบอก แม้บออกต่อติด จักประชิดเมืองถึง จึงสมิงอะคร้านขุนกอง รองสมิงเป่อปลัดทัพ กับสมิงซายม่วน ทั้งสามด่วนเดินพล พวกพหลหมู่ม้า ห้าร้อยมามองความ ยลสยามยาตรทัพ อยู่ท่ารับรายค่าย ขอบหนองสร่ายเรียบพยูห์ ดูกองหน้ากองหลวง แลทั้งปวงทราบเสร็จ เร็วระเห็ดไปทูล แด่นเรศูรอุปราช ครั้นพระบาทได้สดับ ธก็ทราบสรรพโดยควร ว่านเรศวรกษัตรา กับเอกาทศรุถ ยกมายุทธ์แย้งรงค์ แล้วพระองค์ตรัสถาม สามสมิงนายกองม้า ถ้าจักประมาณพลไกร สักเท่าใดดูตระหนัก ตรัสซ้ำซักเขาสนอง ว่าพลผองทั้งเสร็จ ประมาณสิบเจ็ดสิบแปดหมื่น ดูดาษดื่นท่งกว้าง ครั้นเจ้าช้างทรงสดับ ธก็ตรัสแก่ขุนทัพขุนกอง ว่าซึ่งสองกษัตริย์กล้า ออกมาถ้ารอรับ เป็นพยุหทัพใหญ่ยง คงเขาน้อยกว่าเรา มากกว่าเขาหลายส่วน จำเราด่วนจู่โจม โหมหักเอาแต่แรก ตีให้แยกย่นย่อย ค่อยเบาแรงเบามือ เร็วเร่งฮือเข้าห้อม ล้อมกรุงเทพทวารัติ ชิงเอาฉัตรตัดเข็ญ เห็นได้เวียงโดยสะดวก แล้วธสั่งพวกขุนพล เทียบพหลทุกทัพ สรรพแต่สามยามเสร็จ ตีสิบเอ็ดนาฬิกา จักยาตราทัพขันธ์ กันเอารุ่งไว้หน้า เร็วเร่งจัดอย่าช้า พรุ่งเช้าเราตี เทอญนา ฯ

โคลง ๔

๒๒๙เสนีรับถ้อยท่านทุกตน
ต่างเร่งตรวจเตรียมพลทุกผู้
พลหาญหื่นหนรณเริงร่าน อยู่แฮ
คอยจักขับเคี่ยวสู้เข่นเสี้ยนศึกสยาม ฯ
๒๓๐ครั้นยามสิบเอ็ดแล้วเวลา ลุเอย
องค์อัครอุปราชาหน่อไท้
โสรจสรงรสธารารวยรื่น ฉมนา
เฉลิมวิเลปน์ลูบไล้เฟื่องฟุ้งสาวคนธ์ ฯ
๒๓๑เสร็จพระทรงเครื่องต้นแต่งกาย ท่านนา
สวมสอดสนับเพลาพรายอะเคื้อ
ภูษิตพิจิตรลายแลเลิศ แล้วแฮ
ทรงสุภาภรณ์เสื้อเกราะแก้วก่องศรี ฯ
๒๓๒ภูมีเฉวียงมาศสร้อยสังวาล เวียนนา
ประดับมรกตกาญจน์กอบแก้ว
พาหุรัดรัตนประพาลโอภาส พิศแฮ
ตาบเพชรเก็จมาศแพร้วพร่างพร้อยพรายแสง ฯ
๒๓๓ชายแครงแซงช่อช้อยไฉไล
แลพิลาสชายไหวเพริศพริ้ง
รัตพัสตร์พิพัทธ์ไพฑูรย์ถ่อง แสงฤๅ
จรูญจรัสรัตนสะอิ้งเจ็ดแก้วก่องศรี ฯ
๒๓๔นาคีภุชแผ่เกล้าเกลือกเศียร
คลี่อาตมออกเวียนหัตถ์ไท้
นพรัตน์เรียบรายเฉวียนฉวัดวิ่ง แสงนา
เถือกเถกิงกลไต้ตากรุ้งเรืองโพยม ฯ
๒๓๕แสงโสมแสงแก้วส่องสุริยฉาย
อร่ามรัตนกุณฑลพรายพร่างฟ้า
อุณหิสวิจิตรรายปัทมราช แลฤๅ
เจ็ดอุรุคเรียบหน้าผกเกล้าเกลื่อนหงอน ฯ
๒๓๖อาภรณ์พิพิธพร้อมเพราองค์ เอี่ยมเอย
มาศมุททิกท่านทรงสอดนิ้ว
เรียบรัตน์คู่ควรคงขัดค่า เมืองฤๅ
เรืองมณีนพริ้วร่วงรุ้งรังสี ฯ
๒๓๗นฤบดีทรงเครื่องถ้วนถมอา คมแฮ
ล้วนเลขยันต์คาถาทั่วแท้
สบสรรพพิทยาคุณเวท
หวังจะเกียดกันแก้เกี่ยงพ้นภัยเขญ ฯ
๒๓๘ภูเบนทร์บ่ายบาทขึ้นเกยหอ
ขี่คชชื่อพัทธกอกาจกล้า
บ่เข็ดบ่ขามขอเขาเงือด เงื้อแฮ
มันตกติดหลังหน้าเสือกเสื้องส่ายเสย ฯ
๒๓๙เคยศึกสู้ศึกไซร้ไป่หนี ศึกแฮ
หาญสง่าไพรีแง่ง้ำ
เฉกช้างวัสวดีคิริเมขล์ แลเฮย
หกศอกคืบสูงซ้ำเศษนิ้วเบญจางค์ ฯ
๒๔๐สรรพางค์พิลาสล้ำอลง กรณ์เอย
ครบเครื่องคชาธารทรงเพริศแพร้ว
พรายแพนมยูรยงยลยาบ อยู่นา
เศวตฉัตรพัดโบกแผ้วผ่องพื้นคัคนานต์ ฯ
๒๔๑โอฬารแลเลิศด้วยอภิรุม
บังแทรกสุริยสายชุมฉัตรชั้น
เสียงฆ้องแข่งขานรุมระดมแห่ ฮึกแฮ
โพนพาทย์เภรีซั้นแซ่ซ้องกาหล ฯ
๒๔๒ขุนพลประจำคชแกล้วเถลิงกลาง
สมเญศสมิงนันทมางกาจกล้า
กรกุมมยูรหางแพนเทิด ทายเฮย
พร่างพร่างพรายพรายฟ้าอยู่เพี้ยงเหินหาว ฯ
๒๔๓ด้าวท้ายกเรนทเรศผู้พนักงาน
เมืองมลวนเป็นควาญขี่คว้าง
กรายกรกระลึงธารขอเข่น
คอยขับคชง่าง้างเงือดเงื้อหงายคม ฯ
๒๔๔สมเด็จหน่อนาถด้าวอัสดง
อังกุสภุชธำรงรูปง้าว
ครวัดครวีทรงแสดงเดช ท่านนา
เกริ่นพระเกียรติอะคร้าวครั่นฟ้าดินไหว ฯ
๒๔๕ไพบูลย์จัตุบทเบื้องจำนำ คชเฮย
นันทสูราชสังครำบาทหน้า
บาทหลังฝ่ายเฉวียงสดำขุนคู่ หนึ่งแฮ
นามชีพพรายชีพพร้าพรั่งพร้อมแห่แหน ฯ
๒๔๖แสนยาพลามาตย์ทั้งทวยสถล
สารแสะส่ำผองพลไต่เท้า
สามสิบหมื่นหมายตนสามสิบ ร้อยนา
เนืองนิกรควบเข้าแต่งตั้งในสนาม ฯ

          ร่าย

          ๒๔๗ตามขนบพยุหบาตรา สรรพเสนานามมี เทียบโยธีเจ็ดแถว แนวละเจ็ดกองเป็นขนัด จัดเป็นสี่สิบเก้าทัพ ลำดับดูดาษดา ธให้พระยาจิดตอง พลหมื่นสองพันตน เป็นขุนพลทัพนำ ขี่ประจำคชคง นามมาตงค์ยุมาตาง มางนันทมิตรปีกขวา ขี่คชาปลอกหะละ กะพลให้สี่พัน ปีกซ้ายปันทวยทัพ นับเท่ากันไตรตรา มหานรธาเป็นขุน ขี่กุญชรเนียบพยู่ห์ ผู้ทัพแซงฝ่ายขวา โยธาพันห้าร้อย คะค้อยป้องริปู มางธนูลักขยา ขี่ไอยรามรัดคาน เป็นขุนหาญหัวทัพ แซงซ้ายนับหนึ่งขวา ผู้เป็นนายกไสร้ ให้มางธนูเดชะ ยกพยุหะออกยอ ขี่พลายกลอรายชวา แซงนอกขวาสร่ายกระโลด แซงซ้ายโสดสร่ายกระลาย ถือทนายสินธพ ครบคนละร้อยรายเรียง ขับขี่เคียงคู่แข่ง ทัพหน้าแต่งแจงจัด ดำเนินถัดทัพนำ ส่ำนิกรสกรรจ์ หมื่นห้าพันดาษดา ธให้พระยาอภัยคามินี คุมโยธีทวยหาญ ขี่สารสัพพางคุลาง เป็นกองกลางพลพฤนท์ สมิงอินทจักรปีกขวา โยธาห้าพันมี นาคีเข็มรัดชวา จัดเป็นพาหนะผาดผ้าย ปีกซ้ายสมิงพ่อเพชร เห็จขึ้นพรายรายผวน จำนวนพลเพียงกัน แซงซ้ายนันทสุระ ขี่สีหนาเคนทร์ เกณฑ์พลพันห้าร้อย แซงขวาน้อยไป่มี มวลพิรีย์เทียมทัด จัดเอาชัยสุระ ขี่สุริยะไอยรา เป็นพลาธิบดี แซงนอกมีแสะมาก สร่ายนาคเบื้องทักษิณ สร่ายอินทร์เบื้องอุดร ถือนิกรหมู่ม้า ร้อยห้าสิบเสมอกัน แล้วธให้สรรเกียกกาย ผู้เป็นนายเป็นโบ มางจาชโรพระพี่เลี้ยง เพี้ยงหฤทัยภูธร เถลิงกุญชรพัชเนียง หกศอกเพียงเศษคืบ สองนิ้วสืบสูงเติบ เอิบมันอาบหน้าหลัง โจมจำบังบ้าทัพ ประดับเครื่องพระคชาธเรศ ปักเศวตบวรฉัตร เฉกดั่งขัตติยพันลึก สมิงปราบศึกกลางสาร ควานสมิงมือเหล็ก เต็กเตือนของ่าง้าง ช้างดั้งกันดาษดา ครบเครื่องราชาปโภค พัดโบกฉัตรชุมสาย รายบังแทรกบังสูรย์ เรืองจำรูญจำรัส แล้วธแต่งกษัตริย์โสฬส ขุนขี่คชคุมพล ทำเป็นกลงำเงื่อน หวังศึกเลื่อนลานหลง ห่อนรู้องค์มหิบาล ล้วนคชาธารปักฉัตร อเนกขนัดเนืองนอง เป็นกองกองเหล่าเหล่า พลเท่าเท่าทุกทัพ สรรพส่ำสรรพศาสตรา ดาพยุหเรียงระยะ สมิงพัตบะขี่สาร รานนิกนางมีนาม สมิงพระรามเถลิงพลาย รายปลอกกระยอเริงร้าย อายพะบูลขี่คชินทร์ สมญานิลลาตอง อายกำกองขี่ช้าง อ้างนามนาคพินาย สามกรายขึ้นคชาชาติ หัษปีสาจสามรรถ สมิงมหาธัชธำรง มิ่งมาตงค์ตอมู ราชามนูเรืองฤทธิ์ ขี่พิจิตรหัสดิน สมิงนครอินทร์เลออาสน์ ดำรีราชสังครำ ขุนประจำพลายกระมัด สมิงสามผลัดออกนาม รอดสังรามขี่คอ ปองกะยอไอยรา สิริพรหมมาเกรียงไกร ขี่ช้างชัยมงคล สมิงนนทสุริยะ ขี่พลายสุระหยัดยืน อายกองปืนเถลิงสาร ประจัญมารเป็นอาสน์ สมิงโยคราชเริงรงค์ ขี่พันคงคชเลิศ สมิงพัตเบิดเข้มขัน ขี่พลายอนันตโยธา อายมนทยาเหินเห็จ พลายธนูเพชรพ่าหน์ พื้นกลั่นกล้าทารุณ ครบสิบหกขุนสิบหกคช ดำรงยศขัตติเยศ ถือขัตติยเพศพิมล เถือกถกลแลสล้าง หน้าช้างมางจาชโร่ ล้วนอ่าโอ่โอฬาร มีคชสารแซงแทรก ดั้งกันแยกยืนยัน ปันเป็นหมวดเป็นหมู่ อยู่บ่คละปะปน แล้วเทียบพลเสนัด ขนัดจ่ารงมณฑก นกคุ่มขานกยาง วางนกโพรงนกสับ ดับพลโล่พลดั้ง ทั้งพลดาบสองมือ คือละพวกละพัน พิศแน่นนันต์เนืองนอง จัดเป็นกองเป็นชั้น บั้นเบื้องหน้าโดยดับ แล้วธแต่งทัพปีกขวา ให้พระยาเมาะตะมะ กะนิกรครบหมื่น เมิลดาษดื่นพสุธา ขี่คชาจำกะยอ ปีกซ้ายพอพลเท่า เจ้าเมืองตะเกิงคุ้มคุม เถลิงละลุมแทงคช กำหนดกองแซงขวา เมืองตึกคลาถือทัพ นับทวยหาญทวยกล้า สองพันห้าร้อยมี ขี่หัสดีกำยาง แซงซ้ายวางดั้งขวา โยธาเทียบพยุหะ เมืองทละเป็นนาย ขี่คชรายเรียบนาง แซงนอกวางแสะเรียง สร่ายละเปียงเป็นขวา สร่ายพรหมมาเป็นซ้าย ย้ายดุรงค์แล่นลอง ทั้งโทกองเสมอม้า สองร้อยห้าสิบประมาณ ฝ่ายทวยหาญทัพหลวง ปวงพิริยโจษจน ห้าหมื่นพลคณนา ปีกขวาให้พระยาเกียรติ์ สองหมื่นเดียรดาษพฤนท์ ขี่คชินทร์ประกายมาศ ปีกซ้ายสระพราศพลเพรียง พึงพอเพียงไป่เพิ่ม พื้นหื่นเหิ่มสงคราม พระยาพระรามรณหาญ ขี่สารสิงหนารายณ์ ผายพหลป้องปก เป็นนายกโยธี เจ้าบุรีตองอู รั้งพยูห์แซงขวา แสนยาห้าพันนาย ขี่ตะมายไอยรินทร์ เจ้าธานินทร์มองมละ เถลิงมวะนาเคนทร์ เกณฑ์เป็นแซงซ้ายพล พวกพหลเทียบทัด ถัดแซงนอกเนืองนอง กองอาชาห้าร้อย สร่ายจรประสร้อยขวาทัพ แซงซ้ายนับเทียบทาน สร่ายโลกมานคุมพล หนหน้าพระคชาทรง ส่ำมาตงค์เนื่องขนัด จัดเป็นดั้งเป็นกัน สรรเป็นแซงเป็นแทรก แยกโดดแล่นโจมทัพ สรรพค่ายค้ำพังคา เมิลมหิมาทั้งมวล ส่ำทวยทวนทองเทิด เพริศพู่พรายพะพร้อย สี่ร้อยดูดำเกิง ทวยศรเพลิงโดยดับ ทายนกสับตระแบงแก้ว แล้วจ่ารงล้อลาก มากมณฑกนกยาง วางกุทัณฑ์กำซาบ สมิงสามปราบสามแหลก แยกเป็นกองซ้ายขวา ถือโยธาทวยปืน ยืนสระพราศสระพรั่ง ทวยโล่ดั้งดาบเขน เกณฑ์ขุนกลั่นขุนกล้า เลิกพร้าโลกนรินทร์ ธนูศิลป์อุบากอง สองฝ่ายควบคุมทัพ นับกองละห้าร้อยราย นายขี่คชทุกหมวด ผู้ไตรตรวจพิรีย์ อังวะมังศรีสมิงพัช สองขุนจัดแจงขบวน ประมวลพยุหกองหลวง ตามกระทรวงศึกสรรพ แล้วธแต่งทัพยุกกระบัตร จัดเป็นปีกเป็นแซง แวงในนอกโดยขนาด พระมหาราชเชียงใหม่ เป็นขุนใหญ่รั้งพฤนท์ ทรงคชินทร์ชมพูธัช วัดอินทรีย์สูงสืบ หกศอกคืบโดยมี เศษองคุลีหนึ่งนับ ซับมันติดหน้าหลัง บุกจำบังเบือบร หัสดาภรณ์โอฬาร เครื่องคชาธารผูกหมั้น กั้นเศวตฉัตรผ่องแผ้ว พระยาเชียงแก้วกลางสาร แสนหาญใจศึกไสร้ ให้เป็นควาญขี่ขับ สรรพส่ำสารโจษจัน ดั้งกันแทรกแซงสล้าย ปีกซ้ายพระยาเชียงราย ขี่รำชายกุญชร พระยานครลำปาง ขี่มาตางค์กุณฑล เป็นขุนพลปีกขวา ธให้พระยาเชียงของ ถือแซงกองทักษิณ ขี่นาคินทร์สวัสดี ให้ราชีเชียงแขง ถือทัพแซงซ้ายพล ขี่พลายมงคลชาตรี แซงโยธีอัศวะ สร่ายสุกะเป็นขวา คุมอาชายาตรย้าย แซงหนซ้ายสร่ายชัย ขับทวยหัยเหินเห็จ เสร็จแสนยาทั้งผอง เท่ากับกองเกียกกาย กองหลังรายเรียบพยู่ห์ ผู้เป็นจอมโยธี ฟ้าแสนหวีเถลิงยาน สารอุโบสถา ให้พระยาสิบอ ขี่เกียนกะยอนาเคนทร์ เกณฑ์เป็นปีกอุดร ขุนนครโมแน ขี่แขแมหัสดิน ปีกทักษิณศึกสู้ ผู้ผ่านเมืองโมเยียง เรียงเรียบพลแซงขวา ขี่ยาตรานาคี เจ้าธานียองยง สถิตมาตงค์เป็นอาสน์ แก้วไกลาศลือนาม ดำเนินวามแซงทัพ ถับแซงนอกเนื่องนอง ส่ำแสะสองฟากฝ่าย สร่ายตะมอดเบื้องขวา เบื้องอุตราสร่ายยักษ์ พรักพิริยอัสดร แสนยากรทั้งทัพ นับกองหน้าเทียบทัน แล้วสรรกองหนุนหลัง รั้งท่อนท้ายรายเรียบ เทียบพลเท่าทัพนำ ลำเครื่องพหลดาดาษ เมืองเขมราษฎร์เป็นขุน กุญชรแปรเป็นพ่าห์ จ่าปีกซ้ายพระยาพะยาว ถือทวยลาวเลอคช สมญายศสิงห์คำ ขุนจำนำปีกขวา คือพระยาพะยาก ขี่ขับนาคบุญเรือง เนืองทัพแซงซ้ายด้าน ให้พระยาน่านนำพิรีย์ เถลิงหัสดีราชา ทัพแซงขวาพระยาสวางค์ ขี่มาตางค์นาทศักดิ์ ภายนอกพรักพรั่งเพรียง เรียงดุรงค์ดาษระดะ สร่ายสิงหะซ้ายแซง แขวงขวาสร่ายละนะจาว ส่ำพลลาวมากมวล ส่ำพลยวนมากหมู่ พลต้องสู่เข้มแขง พลยางแดงเข้มเขี้ยว แสนพลเงี้ยวคลาคล่ำ ส่ำพลเขินคั่งคาม พลพุกามโจษจัน พลรามัญจันโจษ โดดเล่นเต้นตามคะนอง ลองครวีอาวุธ หวังยอยุทธ์ชิงชัย เพียบแผ่นไผททั้งมวล ขบวนสรรพเสนา ดากันเป็นเจ็ดทัพ สรรพพลสารส่ำสรรพ์ พันห้าร้อยเรียบราย หมายพลม้าสามพัน เรียงรันสองฝ่ายฟาก มากเมือบขอบท่งท้อง ซ้องแสนยาเทาเท้า เข้าประมวลถ้วนแสนสาม แสนเศิกขามทุกด้าว ดูทหารทห้าว เหิ่มเหี้ยมเสียมแสยง ยิ่งนา ฯ

โคลง ๔

๒๔๘เสด็จแสดงพิริยพ่าห์เพี้ยงไพจิต ราเฮย
ปองปัจจามิตรแมนมุ่งฟ้า
อมราธิปสึงสถิตเมรุมิ่ง เมืองฤๅ
เสมออยุธเยศหล้าแหล่งไท้เถลิงถวัลย์ ฯ
๒๔๙ผี้ว์บ่นั้นคือเศิกสู้สงคราม โพ้นฤๅ
ปางราพณ์โรมรอนรามเรื่องอ้าง
ทวยทัพเทียบในสนามเสนอเดช นั้นนา
สนั่นแต่เสียงม้าช้างเฉกฟ้าดินสลาย ฯ
๒๕๐พรายแสงศัสเตรศจ้าจับโพยม
ทิวธวัชปัดปานโคมไขว่คว้าง
ทวนมาศดาษดวดโดมดูเถือก แถวแฮ
หอกแห่แลสลับสล้างโล่ดั้งดาบเขน ฯ
๒๕๑เพญพวกพยุหยุทธ์แย้งแผลงผลง
มณฑกนกสับจรงลากล้อ
ทวยธนูกุทัณฑ์ทรงกำซาบ ศรแฮ
หาญศึกฮึกห่อนท้อถดท้ายภายหลัง ฯ
๒๕๒คับคั่งสระพรั่งพรึบพร้อมพลพฤนท์
ดูชระเดียดดื่นดินท่งท้อง
เฉกชโลทกธารินแถวถั่ง มาฤๅ
ปางเมื่อพรรษาซ้องสุดไซร้ไป่มี ฯ
๒๕๓ธุลีฟุ้งเฟื่องห้องเวหา หนแฮ
ชระอับสุริยอาภาเผือดแผ้ว
มลักแลเล่ห์สนธยายามย่ำ ลงฤๅ
คล่ำคล่ำคลาพลแคล้วคลาดคล้ายคลายขบวน ฯ

โคลง ๒

๒๕๔ด่วนยาตรพยุหไต่เต้าจากตระพังตรุเหล้า
แหล่งอ้างออกนาม แลนา ฯ

โคลง ๓

๒๕๕งามนิกรแต่งตนยลสง่าเศิกเสี้ยน
ใคร่เพ่งใคร่พิศเพี้ยนพ่างเพี้ยงพิศวง อยู่นา ฯ

          ร่าย

          ๒๕๖ธงชัยโบกโบยใบ ลั่นฆ้องชัยกังวาน ขานฆ้องกระแตทุกทัพ รับตามหมวดตามกอง กลองชนะครั่นเครงครึก กึกก้องพาทย์อึงอล กาหลแตรแซ่สังข์ ประนังศัพท์เอิกอุด จุดจ่ารงเรียกฤกษ์ กระเกริกเสียงนฤนาท ยาตรพลคชคั่งคาม งามคชาภรณ์สรรพ หมอควาญขับขี่ประจำ สวมเสื้อดำหมวกหมึก พิลึกล้ำแลทมอ มือกุมของ้าวง้าง กลางช้างเทิดทวนทาย พรายพู่แพร้วระยับ พลคชประดับเครื่องเขน เพญแพนมยุรยรรยง เรียบจ่ารงหลังสาร โรมรำบาญลาญทัก หักริปูป่นชนม์ ขุนพลขี่คอคช บรรหารยศยงยิ่ง สิ่งสำอางอ่าอาตม์ เสื้อริ้วมาศเรื้อยชาย ปลายต้นกรทองทาบ โพกผ้าอาบอาคม หมวดศักดิ์สมเศียรเทริด เชิดร่มระบายรายระย้า พิศพลม้ามูนมอง สองตราบท่งแถวแซง แขวงขวาซ้ายรายเรียง เพียงม้าแมนม้าเมษฐ์ พิเศษสรรพเครื่องม้า ตาบติดหน้าพรรณราย อานจำลายแลเลิศ เพริศพู่พรายสายง่อง ถ่องสายถือดูเพรา สายเหาเนาหน่วงหลัง โกลนพนังโอฬาร พานท้ายรายดาวมาศ พานหน้าดาษดาวทอง พลอัศวผยองโผนผก ขุนแสะตกแต่งกาย เสื้อจีบชายฉายฉัน ชมพูพรรณแจ่มจ้า ผ้าโพกสลาสุกสี กรครวีแส้ฟาด ถือทวนมาศฟ้อนฟาย ลางเกาะสายศรน้าว ลางง่าง้าวงามงอน ลางโตมรกวัดแกว่ง ลางสะพายแล่งตาวตาง ลางกุทัณฑ์แผลงผลง ขับดุรงค์เริงร่าย ฝ่ายเถมินทวยเท้า เต้าเต็มท่งแถวสถล ต่างแต่งตนอะเคื้อ เสื้อดำแดงดูดาษ ชมพูฉาดขาบเขียว เหลืองเหลือบเหลียวหลายพวก หมวกต่างสีสวมเทริด เทิดธงอินทรธนู ดูพลดั้งคั่งคับ ดับพลโล่คั่งคาม งามพหลง่าง้าว ห้าวพหลหอกแห่ เสโลแหล่หลายสลอน โตมรมากหลากสล้าง ทวยเขนคว้างครวัด ทวยตาวกวัดครวี ส่ำพิรีย์สินาด ดาษดื่นเดินแจจัน แลละพรรค์ละพ้อง ซ้องซ้อนซับสับสน พลพิศสุดสายตา เสียงบาทาทวยหาญ เสียงบาทสารแสะสนั่น ลั่นสระทกสระท้าว พ่างพกภูว์แผ่นด้าว ล่มล้มถล่มทลาย แลนา ฯ

โคลง ๔

๒๕๗หลายหมู่มากมิ่งม้ามาตงค์
สระพรึบพหลดุรงค์ร่านร้าย
ศัสตราวุธทวนธงเถือกถ่อง แถวนา
อเนกนิกรผาดผ้ายเพียบหล้าแหล่งสถาน ฯ

          ร่าย

          ๒๕๘เบื้องนฤบาลบดินทร์ นรินทร์นเรศวรราช ปางเถลิงอาสน์เกยชัย ในฉายาไม้ประดู่ เร่งพยู่ห์ตั้งค่าย ฝ่ายหน้าหลังซ้ายขวา ดากันดูดาษเดียร พลางธระเมียรหมู่ม้า ฝ่ายข้าศึกรามัญ ผันผายชายท่งทิว ลิวแล่นกลับฉับเฉียว เหลียวลับเนตรตระบัด ธก็ดำรัสพิภาษ แด่มุขมาตยายง ซึ่งดุรงค์เร็วคลา รอยพระมหาอุปราช ให้มาลาดสืบทัพ กลับเอาเหตุไปแจ้ง จักยุทธ์แย้งใหญ่ยอ พรุกนี้พอฤๅแผก เร่งยกแยกโยธี ทัพพระยาศรีไสนรงค์ ผู้อาจองสามารถ กับพระราชฤทธานนต์ คู่ขุนพลเร่งผ้าย ย้ายแต่ยามราษตรี ตีสิบเอ็ดออกโรม โถมประทะทัพหน้า ข้าศึกดูกำลัง หักให้พังให้พ่าย ฝ่ายพยุหทัพหลวง แต่งตามกระทรวงโดยดับ สรรพแต่ย่ำรุ่งราง ส่ำเสนางค์ทุกนาย รายเรียบพหลพยุหบาตร ตามพระราชกำหนด แต่งตนหมดทุกหมู่ อยู่อธึกดาษดา ครั้นณเวลาอุษาโยค จึ่งพระจอมโลกจรรโลง เถลิงเกยโถงเทียบทัพ กับบรมราชอนุชา ตรวจแสนยาเพียบเพญ เบญจเสนางค์เนืองนอง ยี่สิบห้ากองกลากลาด ให้พระยาศรีราชเดโช โยธีถ้วนหมื่นหมาย ขี่พลายโจมไตรภพ ออกโรมรบหัวหน้า ขุนทกล้าปีกซ้าย ฝ่ายพลป้องกองกัน เกณฑ์ห้าพันไตรตรา พระยาพิชัยรณฤทธิ์ สถิตคชาธเรศ สมเญศจบไตรจักร กองปีกปักษ์ทักษิณ พฤนทาเท่าคณนา พระยาพิชิตรณรงค์ เถลิงมาตงค์ขี่ขับ จู่โจมทัพเป็นมุล ขุนนิกรแสะแซง แขวงขวาตั้งตามกระทรวง หลวงจบจักรพาล สินธพยานธำรง สุริยบรรยงก์สมญา ทวยอาชาร้อยเรียง แซงซ้ายเพียงพลรบ หลวงผ่านพิภพพรั่งพฤนท์ พาชินทร์หงสพิมาน จัดเป็นยานผกผยอง กองพหลเกียกกาย หมายหมื่นหมู่โยธา ให้พระยาเทพอรชุน เป็นขุนควบคุมทัพ ขี่คชจับโจมยุทธ์ ปีกซ้ายดุจกองหน้า ห้าพันพวกพลไกร พระยาพิชัยสงคราม ถือทัพตามกองเกณฑ์ นามคเชนทร์ผู้พ่าห์ ฝ่าพลแมนเมามัน ปีกขวาปันทวยทัด จัดพระยารามกำแหง เป็นขุนแขงรำบาญ ขี่สารแสนพลพ่าย ฝ่ายซ้ายแซงหมู่ม้า ร้อยห้าสิบมโนมัย หลวงพิชัยมนตรี ขี่พาชีอรุณรัศมิ์ ถือทวยอัศวนิกร พลอัสดรแซงขวา ผู้นายกพิรีย์ คือหลวงศรีอัศวเดช เหินหัยเรศปัทมราช สระพราศพฤนท์เพียงกัน แล้วให้สรรทัพหลวง ปางพลเสร็จเจ็ดหมื่น ดื่นพหลแหล่หลาย ปลายเชือกหน้าคชาธาร เกณฑ์กองหาญหักศึก ฮึกเหี้ยมหนรณโรม เอาขุนโจมจัตุรงค์ ขี่มาตงค์เป็นขุน นามพลายกุญชรชัย ถือพลไกรเขนทอง กองขวาห้าร้อยเรียง ซ้ายพลเพียงพอกัน สรรขุนทรงเดชะ เถลิงพาหนะเชี่ยวชัย ช้างชื่อไกรสรเดช เป็นเชษฐพฤนทาทัพ ถับทวยปี่กลองชนะ กะนิกรซ้ายขวา ห้าร้อยดาดูสล้าง สองตราบข้างแถวทาง วางเท่ากันเดียรดาษ ให้พระราชมานู นำพยูหดำเนิน เหินเหนืออาสน์ไอยรินทร์ นามหัสดินพิชัย ทวยท้ายไดดั้งถือ มือกระลึงโล่สล้าง คว้างครวีตาวตระแบง แขวงซ้ายขวาห้าร้อย ต้อยดำเนินเนื่องขนัด จัดหลวงเผด็จสงคราม ขี่คชนามบุญยิ่ง มิ่งมงกุฎมาตงค์ ตำรงหลวงรามพิชัย อุภัยขุนคุมทัพ ดับกองอาสาจาม ห้าร้อยตามกันเต้า ผู้เป็นเผ้าพลขันธ์ พระราชวังสันกลั่นแกล้ว ขี่คชแก้วมาเมือง เนืองญี่ปุ่นอาสา โยธาเท่าเพียบเพญ เกณฑ์พระเสนาภิมุข ถือพิริยรุกโรมรอน เถลิงกุญชรชื่อเลื่อง เฟื่องภพตรัยชัยชาญ ถับทวยหาญทะลวงฟัน ขันคู่ใจจอมภพ ครบร้อยสามสิบหกนาย ทายโล่สี่สิบสอง ทายเขนทองเทิดทัด ถัดทายตาวสองมือ คือห้าสิบสองนับ ดับหัวหมื่นพันทนาย หมายสี่หมู่พระตำรวจ ตรวจกันแต่งตนถ้วน ล้วนสะพายแล่งตาว ทวนทองยาวจำทาย ห้าร้อยรายเรียงขนัด แล้วธให้จัดไอยรา เจ้าพระยาไชยานุภาพ อาบมันติดเต็มตน ทรงพหลเหี้ยมหาญ ประมาณหกศอกคืบ สืบสูงสองนิ้วนับ ประดับเครื่องคชาธารเทิด เศวตฉัตรเชิดอัมพร กลางกุญชรฝ่ายเฝ้า เจ้ารามราฆพสถิต ทิศท้ายนายมหานุภาพ กราบเอางานควาญขับ สรรพแวงองค์รักษ์ราช จัตุลังคบาทบริบาล งานมหาเทพบูรณ์เฉวียง เฉียงขวาพระมหามนตรี เท้าหัสดีปฤษฎางค์ สองเสนางค์จำนำ สดำหลวงอินทรเทพ เสพหนซ้ายหลวงพิเรนทร์ เกณฑ์ประจำเชิงคช เผยอพระยศยรรยง ฝ่ายสารทรงนฤนาถ พระบาทเอกาทศรุถ อิศวรวิสุทธ์กษัตรา เจ้าพระยาปราบไตรจักร โจมปรปักษ์บกบาง สรรพางค์หกศอกคืบ สูงสืบซับมันเมา ผูกเครื่องเพราพรายเพริศ คชาธารเทิดธำรง เศวตฉัตรทรงเทริดฟ้า นายทกล้ากลางคช บัญญัติยศโดยศักดิ์ หมื่นภักดีศวรราช ควาญคชาชาติท้ายถือ คือขุนศรีคชคง องค์รักษ์สี่บาทสาร หลวงพรหมธิบาลหน้าซ้าย ท้ายขุนอินทรรักษา ขวาหน้าหลวงอินทรธิบาล ท้ายสารขุนพรหมสุรินทร์ ล้อมเชิงคชินทร์บริรักษ์ พรักเครื่องพระอภิรุม ชุมกรรภิรมย์เรียงเรียบ เพียบพิริยคชาชาญ สารโดดแล่นโจมทัพ ดับดั้งกันแทรกแซง แขวงค่ายค้ำพังคา แลมเหาฬาร์พันลึก อธึกทั้งโทขบวน มวลมหิมามาตงค์ อลงกตคชาภรณ์ เถือกทินกรเรืองระยับ ปีกขวาทัพเจ้าพระยา มหาเสนาเถลิงสาร มารประลัยเลิศลือ ถือพลหมื่นห้าพัน ปีกป้องกันซ้ายฝ่าย จ่ายจัตุรงค์เทียมเท่า ให้เจ้าพระยาจักรี เห็จหัสดีแสดงเดช สมเญศไฟภัทรกัลป์ สรรกองแซงแขวงขวา พระยาศรีสุริยพาหะ ถืออัศวพลพฤนท์ ขี่พาชินทร์พลาหก ยกพยุหหมู่ม้า สองร้อยห้าสิบผ้าย แซงซ้ายพระสินธพ ทวยพลรบดุรงค์ คงคู่ขวาคลาคลี่ ขี่ควบขับอาชา วิเวกเวหาเหินผยอง แล้วธจัดกองยุกกระบัตร โยธาทัดเกียกกาย ผู้เป็นนายทัพไสร้ ให้เจ้าพระยาพระคลัง เลอหลังกุญชรศักดิ์ จักรมหิมามีนาม พระราชสงครามปีกขวา ขี่ไอยราราชยาน พลายสังหารคชสีห์ ห้าพันมีหมู่พล หนปีกแขวงแวงวาม เอาพระรามรณภพ ครบเท่าเทียบโยธี ขี่พลายมณีจักรพรรดิ ถัดทัพแซงสองฟาก มากนิกายกองม้า ร้อยห้าสิบเสมอมี ขุนพิรียดุรงค์ เอาหลวงทรงพลราช อาชาชาติเป็นยาน อากาศพิมานสมญา อยู่หนขวาทัพแซง ขุนแวงซ้ายขนัดขนาบ เอาหลวงปราบพลแสน ขี่ม้าแมนยืนยัน นามอนันตสิงหาสน์ หนพยุหบาตรกองหลัง ผู้รั้งพฤนทโยธา คือพระยาท้ายน้ำ ค้ำคอยหนุนเนื่องพล ขี่พาหนเหี้ยมหาญ สารสวัสดิวิชัย เทียบพลไกรหมื่นมวล ปีกขวาขบวนกองขัน ห้าพันเทียบทัพชัย หลวงหฤทัยสถิตสาร ทรงภูบาลห้าวฮึก เป็นขุนศึกโรมรณ ปีกซ้ายพลเทียบทัด จัดหลวงอภัยสุรินทร์ เป็นพิริยพฤนทามาตย์ พารณราชนามกร สารภูธรเป็นพ่าห์ กล้าศึกสู่สงคราม แซงทัพวามไวแว่น แกว่นนิกรหมู่ม้า ร้าอเรนทร์เมือมรณ์ หลวงสุนทรสินธพ ถือทวยรบหัยรงค์ ขี่แสะทรงสมญา เมฆมาลาเลิศลักษณ์ แซงทัพทักษิณด้าว ห้าวหัยหาญชาญเชี่ยว รวดเร็วเรี่ยวเริงแรง ขุนผู้แขงควบยุทธ์ หลวงวิสุทธิอัสดร เถลิงบวรอาชา ชื่อเมฆาพิลาป พิศภาพผ่านพึงใจ มวลมโนมัยเท่าทัด สองฟากขนัดขนาบแนว แถวท่งท้องนองเนื่อง เฟื่องผงคลีคลุ้มฟ้า หล้าแหล่งลั่นกำธร ทวยกุญชรทุกทัพ นับแปดร้อยจ่ายแจง ส่ำแสะแซงครามครัน พันห้าร้อยเรียงเรียบ ทวยเท้าเทียบทั้งผอง สิบห้ากองดาษดื่น สิบแปดหมื่นมวลหมาย ทายส่ำสรรพาวุธ เครื่องพิธยุทธ์ยรรยง รายจ่ารงมณฑก นกคุ่มขนัดฉัตรชัย ไสวนกสับสลับสล้าง หามแล่นคว้างไขว่คระแวง ตระแบงแก้วเกลื่อนกลากลาด สระพราศพิริยพันลึก ศึกสยบสยอนห่อนใกล้ เถกิงนิกรทัพไท้ ธิราชเพี้ยงพลสรวง แลนา ฯ

โคลง ๔

๒๕๙ปวงพหลรณเรศห้าวหื่นหาญ ศึกแฮ
ดูดั่งพลมัฆพานผ่านฟ้า
ปางผายพยุหแผลงผลาญอสุรเศิก เสมอฤๅ
โรมอเรนทรใต้หล้ากลอกเกล้าแกลนหนี ฯ
๒๖๐ฤๅตรีภพนาถเจ้าจักรา วุธเฮย
โหมสิบเศียรลงกาก่นมล้าง
พลพระพ่างพลพานรพร่ำ เพรงพ่อ
เผด็จอมิตรอาจอ้างออกเอื้อมเอาเสมอ ฯ
๒๖๑หลั่งเลอลีลาศเต้าเต็มพฤนท์
สระพรั่งพิริยหัสดินดื่นม้า
พลตีนตากธรณินเนื่องเนิ่น แนวแฮ
เทียวธวัชปัดป่วนฟ้าฟ่องเฟื้อยปลายปลิว ฯ
๒๖๒ทิวทวนทองถ่องท้องอัมพร
แสนส่ำศัสดรดูอะเคื้อ
ดาบดั้งดาบสองกรเถกิงดาบ เขนแฮ
ดาบโล่โตมรเงื้อง่าง้าวขาวคม ฯ
๒๖๓ระดมรดาษเที้ยรเถมินเชิง
ชูสินาดดำเกิงกาจกล้า
น้าวนกยกชุดเพลิงไกวกวัด อยู่แฮ
หามแล่นแว่นไวถ้าออกเข้าคือภมร ฯ
๒๖๔ไฟศรสามรรถแม้นธนูรา เมศฤๅ
ชัยฉัตรรัตนจินดาชื่ออ้าง
จรงเรียบเทียบทางถลาล้อลาก หลายแฮ
มณฑกนกคุ่มล้างลวกเสี้ยนเศิกกษัย ฯ
๒๖๕หัยคชบทบาทเบื้องทวยสถล
เพียงพกภูวดลแดนท่งท้อง
ธุลีเลวงอนธการก่อ เกิดแฮ
หนแห่งเวหาสห้องกลัดกลุ้มเกลื่อนสูรย์ ฯ
๒๖๖มั่วมูลพลเพียบพื้นรัถยา
ขนัดนิกรโยธาเทียบไว้
เฉกกระแสสมุทรสาครคลื่น คลาแฮ
คอยฤกษ์เบิกพยุหไท้ธเรศแคล้วคลายขบวน ฯ

          ร่าย

          ๒๖๗ส่วนพระยาศรีไสนรงค์ สองขุนคงควบทัพ กับพระราชฤทธานนต์ ทราบอนุสนธิสั่งไท้ ธให้ยาตรยกโยธี ออกโจมตีตัดศึก แต่ยามดึกเดินพล เร่งขวายขวนเตรียมทัพ สรรพห้าหมื่นโดยมี ตนพระยาศรีขี่คช ปรากฏชื่อมาตงค์ พลายสุรงคเดชะ เมืองสิงหะปีกขวา ออกญาสรรค์ปีกซ้าย เห็จคชผ้ายทุกมุล ขุนผู้คู่กำกับ เป็นทัพหลังพรั่งพฤนท์ ขี่คชินทรพาหะ นามชนะจำบัง รังปีกป้องกองขวา พระยาวิเศษชัยชาญ ขุนหาญปีกอุดร เจ้านครชัยนาท กองหน้าอาจโจมประจัญ ให้พระยาสุพรรณผ้ายพยู่ห์ ผู้ปีกซ้ายเมืองธน ทัพเมืองนนท์ปีกขวา ตรีเสนาเก้ากอง ลำลองเหล่าอาสา ส่ำศาสตราครบมือ ถือกระลับกระลอก หอกดาบปืนแสะสาร แสนยาหาญแน่นขนัด รัดเร่งเท้าเร่งเทา โดยลำเนาลำดับ ถับถึงโคกเผาเข้า พอยามเช้ายังสาย หมายประมาณโมงครบ ประทบทัพรามัญ ประทันทัพพม่า ขับทวยกล้าเข้าแทง ขับทวยแขงเข้าฟัน สองฝ่ายยันยืนยุทธ์ อุดอึงโห่เอาฤกษ์ เอิกอึงโห่เอาชัย สาดปืนไฟยะแย้ง แผลงปืนพิษยะยุ่ง พุ่งหอกใหญ่คะคว้าง ขว้างหอกซัดคะไขว่ ไล่คะคลุกบุกบัน เงื้อดาบฟันฉะฉาด ง่าง้าวฟาดฉะฉับ ขับปีกซ้ายเข้าดา ขับปีกขวาเข้าแดก แยกกันออกโรมรัน ปันกันออกโรมรณ ทนสู้ศึกบ่มิลด อดสู้ศึกบ่มิลาด อาจต่ออาจเข้ารุก อุกต่ออุกเข้าร้า กล้าต่อกล้าชิงบั่น กลั่นต่อกลั่นชิงรอน ศรต่อศรยิงยืน ปืนต่อปืนยิงยัน กุทัณฑ์ต่างตอบโต้ โล่ต่อโล่ต่อตั้ง ดั้งต่อดั้งต่อติด เขนประชิดเขนสู้ ตาวคู่คู่ตาวต่อ หอกหันร่อหอกรับ ง้าวง่าจับง้าวประจัญ ทวนผัดผันทวนทบ รบอลวนอลเวง ต่างบเกรงบกลัว ตัวต่อตัวชิงมล้าง ช้างต่อช้างชิงชน คนต่อคนต่อรบ ของ้าวทบทะกัน ต่างฟันต่างป้องปัด วางเสนัดหลังสาร ขานเสียงคึกกึกก้อง ว่องต่อว่องชิงชัย ไวต่อไวชิงชนะ ม้าไทยพะม้ามอญ ต่างเข้ารอนเข้าโรม ทวนแทงโถมทวนทบ หอกเข้ารบรอหอก หลอกล่อไล่ไขว่แคว้ง แย้งธนูเหนี่ยวน้าว ห้าวต่อห้าวหักหาญ ชาญต่อชาญหักเชี่ยว เรี่ยวต่อเรี่ยวหักแรง แขงต่อแขงหักฤทธิ์ ต่างประชิดฟอนฟัน ต่างประชันฟอนฟาด ล้วนสามารถมือทัด ล้วนสามรรถมือทาน ผลาญกันลงเต็มหล้า ผร้ากันลงเต็มแหล่ง แบ่งกันตายลงครัน ปันกันตายลงมาก ตากเต็มท่งเต็มเถื่อน ตากเต็มเผื่อนเต็มพง ที่ยังคงบมิยู่ ที่ยังอยู่บมิหยอน ต่างต่อกรฮึกฮือ ต่างต่อมือฮึกฮัก หนักหนุนแน่นมาหนา ดาหนุนแน่นมาดาษ บรู้ขยาดย่อทัพ บรู้ขยับย่อศึก คะคึกเข้าต่อแกล้ว คะแคล้วเข้าต่อกล้า ต่างชิงฆ่าชิงหั่น ต่างชิงบั่นชิงฟัน ปันกันยิงกันแผลง ปันกันแทงกันพุ่ง ยอยุทธ์ยุ่งบมิแตก แยกยุทธ์แย้งบมิพัง ทวยหน้าหลังต้อนผ้าย ทวยขวาซ้ายต้อนพล เข้าผจญจู่โจม โหมหักหาญราญรบ ต่างท่าวทบระนับ ต่างท่าวทับระนาด บ้างตนขาดหัวหวิ้น บ้างขาดิ้นแขนเด็ด บอยากเข็ดอยากเกรง บอยากเยงอยากย่าน บัดมอญม่านมาหลาย รายกันโอบกันอ้อม ล้อมกระหนาบหน้าหลัง ไทยประนังน้อยแง่ แผ่ออกรบบมิรอด ถอดถอยท้อรอรับ มอญขยับยกตาม หลามเหลือล้นพลเต้า เสียงปืนตึงตื่นเร้า เร่งครื้นเครงครึก อยู่นา ฯ

โคลง ๒

๒๖๘พันลึกล่มลั่นฟ้าเฉกอสุนีผ่าหล้า
แหล่งเพี้ยงพกพัง แลนา ฯ
๒๖๙ดังตรลบโลกแล้ฤๅบ่ร้างรู้แพ้
ชนะผู้ใดดาล ฉงนนา ฯ
๒๗๐สองฝ่ายหาญใช่ช้าคือสีหสู้สีหกล้า
ต่อแกล้วในกลาง สมรนา ฯ

โคลง ๔

๒๗๑ปางอุภัยภูเบศเบื้องบูรพ์ถวัลย ราชย์แฮ
เรียบพิริยพลพรรค์พรั่งพร้อม
เจียนจวบรวิวรรณรางเรื่อ แลฤๅ
ทวยทิชากรน้อมนอบนิ้วเสนอทูล ฯ
๒๗๒เชิญไท้ยูรยาตรเต้าเตียงสนาน
ถวายมุทธาภิสิตธารเพรียกพร้อง
ศิวเวทวิษณุบรรสานสังข์โสรจ สรงแฮ
มหรทึกครึกเครงก้องเกริกหล้าหวั่นไหว ฯ
๒๗๓ภูวไนยสวมเครื่องถ้วนอลง กรณ์เอย
สำหรับราชรณรงค์เลิศแล้ว
สอดใส่สนับเพลาทรงภูสิต แลนา
ฉลองพระองค์ตาดแพร้วเพริศพร้อยพรายทอง ฯ
๒๗๔เรืองรองเจียระบาดช้อยชายกระสัน
รัตพัสตร์รัตนสุวรรณเวียดอ้อม
สังวาลวิวิธพรรโณภาส เฉวียงนา
ประดับมณีนพพร้อมพร่างรุ้งฉานฉาย ฯ
๒๗๕พรายแพร้วแก้วนิ้วท่านธำมรงค์
นพรัตน์รัตนควรคงคู่หล้า
มาลาลักษณะผจงกรวิก วาลแฮ
เสร็จเสด็จสู่เกยถ้าฤกษ์ผ้ายพลหาญ ฯ
๒๗๖รวิวารวราวุธไท้ธนูทรง
คือคู่ชัยยุทธยงเยี่ยงท้าว
ทวยแสนส่ำจัตุรงค์เรียงเรียบ อยู่นา
อเนกพหลหื่นห้าวหั่นเสี้ยนศึกสลาย ฯ




___________________________________________

        ตอนที่ ๑ เริ่มร่ายบทกวี

ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ

ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

ตอนที่ ๔ พระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร

ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ

ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ

ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย

ตอนที่ ๘ ทัพหน้าไทยถอยไม่เป็นกระบวน

ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก

ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย

ตอนที่ ๑๑ พระนเรศวรทรงสร้างสถูปและปูนบำเหน็จทหาร

ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ