ตะเลงพ่าย
(ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก)
โคลง ๔
| ๒๘๔เบื้องบรมจักรพรรดิเกล้า | กษัตรา |
| เถลิงพิภพทวารา | เกริ่นแกล้ว |
| สถิตเกยรัตนราชา | อาสน์โอ่ องค์เอย |
| คอยฤกษ์เบิกยุทธ์แผ้ว | แผ่นพื้นหาวหน ฯ |
| ๒๘๕บัดดลวลาหกชื้อ | ชระอับ อยู่แฮ |
| แห่งทิศพายัพยล | เยือกฟ้า |
| มลักแลกระลายกระลับ | ลิวล่ง ไปเฮย |
| เผยผ่องภาณุเมศจ้า | แจ่มแจ้งแสงฉาน ฯ |
| ๒๘๖คัคนานต์นฤราสร้าง | ราคิน |
| คือระเบียบรัตนอินทนิล | ดาดไว้ |
| บริสุทธิ์สร่างมลทิน | ถ่องโทษ อยู่นา |
| นักษัตรสวัสดิเดชได้ | โชคชี้ศุภผล ฯ |
ร่าย
๒๘๗ดลมหามหุติวิชเยศ จึ่งทวิชเชษฐ์เนมิตก์ ผู้ชำนินิตยศาสตร์ไสย ลั่นฆ้องชัยเฉลิมฤกษ์ เบิกบรรดากจรลี อินทรเภรีคึกขาน บรรสานศัพท์แตรสังข์ ประนังโพนพาทย์ดุริยา จึ่งบรมนราธิเบศร เชษฐ์อดิศรนรินทร์ ธก็ทรงคชินทรเจษฎา เจ้าพระยาไชยานุภาพ ปราบอเรนทร์ลาญปาน บัดนฤบาลบพิตร กนิษฐราชาธิราช เสด็จเถลิงอาสน์ไอยรา เจ้าพระยาปราบไตรจักร เป็นอัครยานยรรยง อลงกตหัตถาภรณ์ อลงกรณ์ราชูปโภค โดยขัตติยโยคพิชัยยุทธ์ ราชกบี่ธุชทักษิณา พระครุฑพาหน์หนซ้าย ย้ายเนาวพ่าห์หว่างธวัช เสมาธิปัตเบื้องสดำ ฉัตรชัยประจำฝ่ายเฉวียง เรียงขนัดพระอภิรุม ชุมสายฉัตรจามร บังรวิวรบังแทรก แยกกันเดินคู่เคียง เรียงหนหน้าแหล่หลาย รายหนหลังแหล่หลาก ฟากหนซ้ายดาษดา ฝ่ายหนขวาดาษเดียร ระเมียรหมู่มาตงค์ อลงกตเครื่องสาร ล้วนโอฬารแลถกล พลคชดั้งดำเนิน เมิลหมอควาญขี่ขับ เสื้อหมวกสรรพสวมเทริด สีแดงเลิศสักหลาด ฉาดทอแสงทินกร ของ้าวงอนง่ารำ นายจำนำกลางสาร ทานทวนเทิดจำทวย พู่สลัดสลายฟูเฟื่อง พลคชเครื่องจำลอง ผูกเขนทองจำหลัก ปักแพนหางมายูร ทูนจ่ารงบรรทุก บุกจำบังพังพ่าย ฝ่ายขุนทัพขุนพล ตนและตนขี่คช สวมหมวกยศยรรยง ลางขลิบวงเวียดหัว ลางตัวใส่เสื้อสนอบ ขอบหักทองเถือกทาบ ลางเข้มขาบเสื้อสวม กรวมศอคล้องทองประคำ ขอประจำกรจับ สัปทนกั้งบังตะวัน กรรชิงทานโทเทียบ พลอัศวเรียบรายแซง ซ้ายขวาแขวงขนาบเนื่อง เครื่องครบอัสสาภรณ์ อลงกรณ์ติดตาบ พู่ผูกยาบยะยับ พานหน้าประดับดาวคำ พานท้ายประจำดาวมาศ ศีรษะคาดขลุมสวม นวมเบาะอานกุก่อง สายง่องคล้องสายเหา สายถือเพราผูกร้อย สองข้างห้อยโกลนพนัง ขุนขี่หลังอ่าอาตม์ กรองทองคาดโพกพัน เสื้อสุวรรณกรวมกาย ลายอัตลัดจรัสดวง ควงแส้ร่อนฟ้อนฟาด ชูสินาดนกน้าว ลางเงือดง้าวกลับกลอก ลางหันหอกกวัดกวาย ลางทวนทายแทงท่า ลางตาวง่าทีฟัน ลางกุทัณฑ์เกาะกร ลางกุมศรสายก่ง สองฟากท่งทิวเทิน แสนส่ำเถมินทวยเท้า เต้าปะปนพลสาร สวมอลงการเสื้อหมวก พวกละอย่างต่างกอง ลางสีทองบรรเทือง ลางเหล่าเหลืองพิลาศ ลางเหล่าฉาดชมพู ลางเหล่าดูแดงฉัน ลางเหล่าพรรณพื้นเมฆ ล่างเหล่าเฉกสุกสลา ลางเหล่าดาดำดื่น ลางเหล่าทะมื่นม่วงทมอ สระกอกันเพรียงพรู ดูพลโล่สะพรั่ง ดูพลดั้งสระพราศ ดาษพลดาบเพียบเพญ ดาษพลเขนเพียบภู พลธนูเนืองนันต์ พลกุทัณฑ์เนืองนับ ดับพลหอกหันห้าว ดับพลง้าวเงื้องาม หลามทวยทวนทองปลั่ง หลั่งทวยธวัชปัดปลิว ทิวทวยปืนดื่นเดิน เมิลคาบหินหาญยุทธ์ เมิลคาบชุดชาญศึก พันลึกเหล่าหามแล่น แกว่นล้อลากมากหมู่ อยู่อธึกไกรเกรียง เสียงส่ำสารร่านร้อง ซ้องเสียงแสะส่ำเทียน ก้องกงเกวียนปืนปั่น ลั่นเท้าพลต่างเต้า โหมโห่เร้าอึกอึง ตึงปืนฤกษ์เกริกแหล่ง ฆ้องขานแข่งสำเนียง เสียงกลองชนะนี่สนั่น หวั่นหวาดไหวใช่น้อย เทียมพสุธาดลคล้อย ค่นค้านฤๅคง อยู่นา ฯ
โคลง ๔
| ๒๘๘ยรรยงพยุหยาตรย้าย | ยอขบวน ทัพนา |
| นองน่านสารแสะมวล | มากผู้ |
| สรรพาวุธธงทวน | ทายเทิด เถลิงแฮ |
| ตนและตนอาจสู้ | ศึกร้อยฤๅขาม ฯ |
ร่าย
๒๘๙เคลื่อนพลตามเกล็ดนาค ตากเต็มท่งแถวเถื่อน เกลื่อนกล่นแสนยาทัพ ถับประทะไพริน ส่วนหัสดินอุภัย เจ้าพระยาไชยานุภาพ เจ้าพระยาปราบไตรจักร ตรับตระหนักสำเนียง เสียงฆ้องกลองปืนศึก อึกเอิกก้องกาหล เร่งคำรนเรียกมัน ชันหูชูหางแล่น แปร้นแปร๋แลคะไขว่ บาทย่างใหญ่ดุ่มด่วน ป่วนกิริยาร่าเริง บำเทิงมันครั่นครึก เข้าสู้ศึกโรมราญ ควาญคัดท้ายบมิอยู่ วู่วางวิ่งฉับฉิว ปลิวประเล่ห์ลมพาน ส่ำแสะสารแสนยา ขวาซ้ายแซงหน้าหลัง ทั้งทวยพลตนขุน ถ้วนทุกมุลมวลมาตย์ ยาตรบทันโทท้าว ด้าวศึกสู้สองสาร ราญศึกสู้สองไท้ ไร้พิริยแห่ห้อม พร้อมแต่กลางควาญคช กำหนดสี่โดยเสด็จ เห็จเข้าใกล้กองหน้า ข้าศึกดูดาษเดียร ธระเมียรหมู่ดัสกร มอญพม่าดาดื่น เดินดุจคลื่นคลาฟอง นองน่านในอรรณเวศ ตรัสทอดพระเนตรเนืองบร ไล่โรมรอนทวยสยาม หลามเหลือหลั่งคั่งคับ ซับซ้อนแทรกสับสน ยลบเป็นทัพเป็นกอง ธก็ไสสองสารทรง ตรงเข้าถีบเข้าแทง ด้วยแรงมันแรงกาย หงายงาเสยสารเศิก เพิกพังพ่ายบ่ายตน ปนปะไปไขว่คว้าง ช้างศึกได้กลิ่นมัน หันหัวหกตกประหม่า บ่ากันเลี่ยงกันหลบ ประทบประทะอลวน สองคชชนชาญเชี่ยว เรี่ยวรณรงค์เริงแรง แทงถีบฉัดตะลุมบอน พม่ามอญตายกลาด ข้าศึกสาดปืนโซรม โรมกุทัณฑ์ธนู ดูดั่งพรรษาซ้อง ไป่ตกต้องตนสาร ธุมาการเกิดกระลบ อบอลเวงฟากฟ้า ดูบ่รู้จักหน้า หนึ่งสิ้นแสงไถง แลนา ฯ
โคลง ๔
| ๒๙๐จึ่งไทเทเวศอ้าง | สมมุติ |
| มิ่งมหิศวรมกุฎ | เกศหล้า |
| เถลิงภพแผ่นอยุธ | ยายิ่ง ยศแฮ |
| แสดงพระเดชฟุ้งฟ้า | เฟื่องด้าวดินไหว ฯ |
| ๒๙๑ภูวไนยผายโอษฐ์อื้น | โชยงการ |
| แก่เทพทุกถิ่นสถาน | ฉชั้น |
| โสฬสพรหมพิมาน | กมลาสน์ แลนา |
| เชิญช่วยชุมโสตซั้น | สดับถ้อยตูแถลง ฯ |
| ๒๙๒ซึ่งแสร้งรังสฤษฏ์ให้ | มาอุบัติ |
| ในประยูรเศวตฉัตร | สืบเชื้อ |
| หวังผดุงบวรรัตน | ตรัเยศ ยืนนา |
| ทำนุกพระศาสน์เกื้อ | ก่อสร้างแสวงผล ฯ |
| ๒๙๓กลใดไป่ช่วยแผ้ว | นภา ดลฤๅ |
| ใสสรว่างธุมา | มืดม้วย |
| มลักเล็งเหล่าพาธา | ทวยเศิก สมรแฮ |
| เห็นตระหนักเนตรด้วย | ดั่งนี้แหนงฉงาย ฯ |
| ๒๙๔พอวายวรวากย์อ้าง | โอษฐ์พระ |
| ดาลมหาวาตะ | ตื่นฟ้า |
| ทรหึงทรหวลพะ | พานพัด หาวแฮ |
| หอบธุมางค์จางจ้า | จรัสด้าวแดนสมร ฯ |
| ๒๙๕ภูธรเมิลอมิตรไท้ | ธำรง สารแฮ |
| ครบสิบหกฉัตรทรง | เทริดเกล้า |
| บ่จวนบ่จวบองค์ | อุปราช แลฤๅ |
| พลางเร่งขับคชเต้า | แต่ตั้งตาแสวง ฯ |
| ๒๙๖โดยแขวงขวาทิศท้าว | ทฤษฎี แลนา |
| บัดธเห็นขุนกรี | หนึ่งไสร้ |
| เถลิงฉัตรจัตุรพิรีย์ | เรียงคั่ง ขูเฮย |
| หนแห่งฉายาไม้ | ข่อยชี้เณอนาม ฯ |
| ๒๙๗ปิ่นสยามยลแท้ท่าน | คะเนนึก อยู่นา |
| ถวิลว่าขุนศึกสำ | นักโน้น |
| ทวยทัพเทียบพันลึก | แลหลาก หลายแฮ |
| ครบเครื่องอุปโภคโพ้น | เพ่งเพี้ยนพิศวง ฯ |
โคลง ๒
| ๒๙๘สองสุริยพงศ์ผ่านหล้า | ขับคเชนทร์บ่ายหน้า |
| แขกเจ้าจอมตะเลง แลนา ฯ | |
| ๒๙๙ไป่เกรงประภาพเท่าเผ้า | พักตร์ท่านผ่องฤๅเศร้า |
| สู้เสี้ยนไป่หนี หน้านา ฯ | |
| ๓๐๐ไพรีเร่งสาดซ้อง | โซรมปืนไฟไป่ต้อง |
| ตื่นเต้าแตกฉาน ผ้านนา ฯ |
___________________________________________
ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี
ตอนที่ ๔ พระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร
ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ
ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ
ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย
ตอนที่ ๘ ทัพหน้าไทยถอยไม่เป็นกระบวน
ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก
ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย
ตอนที่ ๑๑ พระนเรศวรทรงสร้างสถูปและปูนบำเหน็จทหาร
ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ
