ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย - ตะเลงพ่าย - ลิลิตตะเลงพ่าย

 

ย้อนกลับ

ตะเลงพ่าย

(ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย)




โคลง ๔

๓๐๑นฤบาลบพิตรเผ้าภูวนา ยกแฮ
ผายสิหนาทกถาท่านพร้อง
ไพเราะราชสุภาษิตสื่อ สารนา
เสนอบ่มีข้อข้องขุ่นแค้นคำไข ฯ
๓๐๒อ้าไทภูธเรศหล้าแหล่งตะเลง โลกฤๅ
เผยพระยศยินเยงย่านแกล้ว
สิบทิศทั่วลือละเวงหวั่นเดช ท่านนา
ไป่เริ่มรอฤทธิ์แผ้วเผือดกล้าแกลนหนี ฯ
๓๐๓พระพี่พระผู้ผ่านภพอุต ดมเอย
ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุดร่มไม้
เชิญราชร่วมคชยุทธ์เผยอเกียรติ ไว้แฮ
สืบกว่าสองเราไสร้สุดสิ้นฤๅมี ฯ
๓๐๔หัสดีรณเรศอ้างอวสาน นี้นา
นับอนาคตกาลห่อนพ้อง
ขัตติยายุทธ์บรรหารคชคู่ กันแฮ
คงแต่เผือพี่น้องตราบฟ้าดินกษัย ฯ
๓๐๕ไว้เป็นมหรสพซ้องสุขศานติ์
สำหรับราชสำราญเริ่มรั้ง
บำเทิงหฤทัยบานประติยุทธ์ นั้นนา
เสนอเนตรมนุษย์ตั้งแต่หล้าเลอสรวง ฯ
๓๐๖ปวงไท้เทเวศทั้งพรหมาน
เชิญประชุมในสถานที่นี้
ชมชื่นคชรำบานตูต่อ กันแฮ
ใครเชี่ยวใครชาญชี้ชเยศอ้างอวยเฉลิม ฯ
๓๐๗หวังเริ่มคุณเกียรติก้องกลางรงค์
ยืนพระยศอยู่คงคู่หล้า
สงครามกษัตริย์ทรงภพแผ่น สองฤๅ
สองราชรอนฤทธิ์ร้าเรื่องรู้สรเสริญ ฯ
๓๐๘ดำเนินพจนพากย์พร้องพรรณา
องค์อัครอุปราชาท่านแจ้ง
กอบเกิดขัตติยมานะนึก หาญเฮย
ขับคชเข้ายุทธ์แย้งด่วนด้วยโดยถวิล ฯ
๓๐๙หัษดินปิ่นธเรศไท้โททรง
คือสมิทธิมาตงค์หนึ่งอ้าง
หนึ่งคือคิริเมขล์มงคลอาสน์ มารเอย
เศียรส่ายหงายงาคว้างไขว่แคว้งแทงโถม ฯ
๓๑๐สองโจมสองจู่จ้วงบำรู
สองขัตติยสองขอชูเชิดด้ำ
กระลึงกระลอกดูไวว่อง นักนา
ควาญขับคชแข่งค้ำเข่นเขี้ยวในสนาม ฯ
๓๑๑งามสองสุริยราชล้ำเลอพิศ นาพ่อ
พ่างพัชรินทรไพจิตรศึกสร้าง
ฤๅรามเริ่มรณฤทธิ์รบราพณ์ แลฤๅ
ทุกเทศทุกทิศอ้างอื่นไท้ไป่เทียม ฯ
๓๑๒ขุนเสียมสามรรถต้านขุนตะเลง
ขุนต่อขุนไป่เยงหย่อนห้าว
ยอหัตถ์เทิดลบองเลบงอังกุส ไกวแฮ
งามเร่งงามโทท้าวท่านสู้ศึกสาร ฯ
๓๑๓คชยานขัตติเยศเบื้องออกถวัลย์
โถมประทะไป่ทันเหยียบยั้ง
สารทรงราชรามัญลงล่าง แลนา
เสยส่ายท้ายทันต์ทั้งคู่ค้ำคางเขิน ฯ
๓๑๔ดำเนินหนุนถนัดได้เชิงชิด
หน่อนเรนทรทิศตกด้าว
เสด็จแสดงวราฤทธิ์รำร่อน ขอแฮ
ฟอนฟาดแสงของ้าวอยู่เพี้ยงจักรผัน ฯ
๓๑๕เบื้องนั้นนฤนาถผู้สยามินทร์
เบี่ยงพระมาลาผินห่อนพ้อง
ศัสตราวุธอรินทร์ฤๅถูก องค์เอย
เพราะพระหัตถ์หากป้องปัดด้วยขอทรง ฯ
๓๑๖บัดมงคลพ่าห์ไท้ทวารัติ
แว้งเหวี่ยงเบี่ยงเศียรสะบัดตกใต้
อุกคลุกพลุกเงยงัดคอคช เศิกแฮ
เบนบ่ายหงายแหงนให้ท่วงท้อทีถอย ฯ
๓๑๗พลอยพล้ำเพลียกถ้าท่านในรณ
บัดราชฟาดแสงพลพ่ายฟ้อน
พระเดชพระแสดงดลเผด็จคู่ เข็ญแฮ
ถนัดพระอังสาข้อนขาดด้าวโดยขวา ฯ
๓๑๘อุรารานร้าวแยกยลสยบ
เอนพระองค์ลงทบท่าวดิ้น
เหนือคอคชซอนซบสังเวช
วายชิวาตม์สุดสิ้นสู่ฟ้าเสวยสวรรค์ ฯ
๓๑๙บั้นท้ายคชาธเรศท้าวไทยไผท
ถึงพิราลัยลาญชีพมล้าง
เพราะเพื่อพิพิธไพรีราช แลนา
โซรมสาดตราดปืนขว้างตอกต้องตนสลาย ฯ
๓๒๐ฝ่ายองค์อิศวรนาถน้องนฤบาล
แสดงยศคชยุทธยานยาตรเต้า
มางจาชโรราญฤทธิ์ราช แลฤๅ
เร็วเร่งคเชนทรเข้าเข่นค้ำบำรู ฯ
๓๒๑บัดภูธเรศพ่าห์ได้เชิงชน
ลงล่างง้างโททนต์เทิดใต้
พัชเนียงเบี่ยงเบนตนเซซวด ไปแฮ
หัวปั่นหันข้างให้เพลี่ยงพลั้งเสียที ฯ
๓๒๒ภูมีมือง่าง้าวของอน
ฟันฟาดขาดคอบรบั่นเกล้า
อินทรีย์ซบกุญชรเมือชีพ แลเฮย
เผยพระเกียรติผ่านเผ้าพี่น้องสองไท ฯ
๓๒๓ทันใดกลางคชเจ้าจุลจักร
มลายชิพิตลาญทักท่าวซ้ำ
เหลือหลามเหล่าปรปักษ์ปีนป่าย เอาเอย
ตรึงอกพกตกขว้ำอยู่เบื้องบนสาร ฯ
๓๒๔พระราญอริราชด้วยเดโช
สี่ทาสสนองบาทโทท่านท้าว
พระยศยิ่งภิยโยผ่านแผ่ ภพนา
สองรอดโดยเสด็จด้าวศึกสู้เสียสอง ฯ

          ร่าย

          ๓๒๕จึ่งกองพยุหทวยทัพ สรรพหลังหน้าขวาซ้าย ผ้ายมาทันธิบดินทร์ ขณะอรินทรพินาศ ขาดคอคชสองเสร็จ ต่างรีบระเห็ดเข้าโรม โหมหักหาญราญรุก บุกบั่นฟันแทงฆ่า พม่ามอญไทยใหญ่ ไล่มล้างลาวดาษดวน ไล่มล้างยวนดาษดื่น ตื่นกันแตกกันตาย หลายเหลือนับเนืองนอง กองก่ายกายรายหัว ตัวขาแขนเด็ดดาษ กลาดกลางท่งกลางเถื่อน เกลื่อนกลางดงกลางดอน แล่นซอกซอนซนซุก บุกทุกพายพ่ายแพ้ เพราะพระเดชท่านแท้ หากให้ขาดเข็ญ แลนา ฯ

โคลง ๒

๓๒๖เห็นประภาพเจ้าช้างเชี่ยวกว่าเชี่ยวเหลืออ้าง
เอิกอื้ออัศจรรย์ ยิ่งนา ฯ
๓๒๗ขวัญหนีดีฝ่อพ้นพวกอเรนทร์ด่วนด้น
ดัดดั้นทางทวน ไปนา ฯ

          ร่าย

          ๓๒๘ชวนกันผันกันผาย แลนา ชวนกันขจายขจัด แลนา ชวนกันกระพัดกระเพิ่น แลนา ชวนกันเกริ่นกันเกรียว แลนา บเหลียวหลังมาร้า แลนา บกลับหน้ามาราญ แลนา บอยู่ทานมือรบ แลนา บอยู่ทบมือรอน แลนา มรณ์ด้วยดาบเหลือหลาย แลนา ตายด้วยหอกเหลือหลาก แลนา มากปืนต้องอนันต์ แลนา ครันทวนถูกอเนก แลนา เฉกฟางฟอดทอดไฟ ฟูมไผทถั่งท้น พ้นคะเนคะแนน แกลนเดชไท้ทุกผู้ บมีใครรอสู้ แต่ตั้งตื่นหนี สิ้นนา ฯ

โคลง ๔

๓๒๙นฤบดีดำรัสให้ขุนพล
ควบพยุหพหลไล่มล้าง
เสร็จเสด็จสู่ตำบลถิ่นทัพ ท่านนา
ปูนชอบกอบชื่อช้างคู่ค้ำเข่นเข็ญ ฯ
๓๓๐เป็นศักดิ์สมด้วยเผด็จปัจจา มิตรเอย
นามชื่อปราบหงสาเรียกร้อง
คือยอดขัตติยพาหนเห็จ ศึกแฮ
เฉลิมพระเกียรติเกริกท้องธเรศรู้สบสถาน ฯ

          ร่าย

          ๓๓๑ฝ่ายทวยหาญทุกทัพ กับขุนพลทุกนาย รายกันตามกันติด ประชิดทัพรามัญ ฟันแทงฆ่าริปู โดยแดนผลูเหลือแหล่ แต่ตระพังตรุค่ายตั้ง กระทั่งถึงกาญจนบุรี ผีกลากลาดพสุธาร ประมาณสองหมื่นเศษ จนสิ้นเขตภพท่าน ด่านเจดีย์สามองค์ คงจับเป็นก็หลาย ทั้งนายทัพและไพร่ ได้เมืองมล่วนผู้ควาญ สารทรงองค์อุปราช ได้คชขนาดใหญ่ล้วน หกศอกถ้วนสูงสกนธ์ สามร้อยตนไตรตรา อาชาสองพันปลาย หลายศาสตรานานาวุธ เครื่องพิธยุทธ์ยานยั่ว ทั่วทุกสิ่งส่ำสรรพ์ อนันต์อเนกเนืองนอง มาทูลละอองบาทท้าว ด้าวถิ่นทัพพลับพลา ทั่วมาตยาทุกผู้ แถลงที่ศึกไป่สู้ สร่างเสี้ยนเตียนตะเลง แลนา ฯ


___________________________________________

        ตอนที่ ๑ เริ่มร่ายบทกวี

ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ

ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

ตอนที่ ๔ พระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร

ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ

ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ

ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะหน้าของไทย

ตอนที่ ๘ ทัพหน้าไทยถอยไม่เป็นกระบวน

ตอนที่ ๙ ทัพหลวงเคลื่อนพล ช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่าเข้าไปในกองทัพข้าศึก

ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย

ตอนที่ ๑๑ พระนเรศวรทรงสร้างสถูปและปูนบำเหน็จทหาร

ตอนที่ ๑๒ สมเด็จพระวันรัตขอพระราชทานอภัยโทษ