อยากลดน้ำหนัก แต่ก็ยังมีข้ออ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย
แค่คุณเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันนิดหน่อยก็ช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงได้แล้ว
คุณสุภาพสตรีที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย แต่ก็เป็นกังวลเรื่องน้ำหนักและอยากจะให้น้ำหนักลดลง เรามีเทคนิคลดน้ำหนักง่าย ๆ และสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันมาฝากกันครับ
1 เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดรวมถึงการเคี้ยวช้า ๆ ก็มีผลต่อน้ำหนักของเราได้ เพราะว่าการเคี้ยวอาหารอย่างช้า ๆ และละเอียดจะทำให้ความรู้สึกอยากอาหารของเราลดลง อิ่มง่ายขึ้น เนื่องจากปกติแล้วร่างกายเราจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะเริ่มส่งสัญญาณไปที่สมองว่าอิ่มแล้ว ดังนั้นการที่เราใช้เวลานานในการเคี้ยว จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น และส่งผลให้น้ำหนักคงที่ ไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ในที่สุด ที่สำคัญการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดยังดีต่อระบบย่อยอาหารภายในร่างกายด้วยนะครับ
2 ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร
วิธีนี้ง่ายและทรมานน้อยที่สุด แค่ดื่มน้ำประมาณ 1-2 แก้ว ก่อนกินข้าว 30 นาที จะช่วยให้เรารู้สึกหิวน้อยลง เพราะโดยปกติถ้าร่างกายเราขาดน้ำ ร่างกายจะส่งสัญญาณไปที่สมองทำให้เรารู้สึกหิว เมื่อดื่มน้ำไปก่อนจึงช่วยบรรเทาความหิวและทำให้เราสามารถกินข้าวได้น้อยลง
3 เปลี่ยนวิธีกินของว่าง
ของว่างประเภท โดนัท เค้ก อาจจะต้องพักไว้ก่อนในโปรแกรมลดน้ำหนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถกินขนมหรือของว่างระหว่างวันได้ เพียงลองเปลี่ยนประเภทอาหารมาเป็นแบบที่แคลอรีต่ำและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผลไม้ที่รสไม่หวานมาก โยเกิร์ต ธัญพืช ในระหว่างวันแถมได้ประโยชน์จากสารอาหารด้วยนะ
4 ขยับตัวเสียบ้าง
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่ได้ออกกำลังกายก็คือไม่มีเวลา แต่สำหรับไลฟ์สไตล์สาวออฟฟิศที่วัน ๆ นั่งอยู่แต่ที่โต๊ะทำงาน ลองหาโอกาสขยับตัวสักเล็กสักน้อย เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินเท้าแทนการขึ้นรถในระยะทางใกล้ ๆ บิดตัวซ้าย-ขวาตอนนั่งที่โต๊ะทำงานบ้าง นอกจากจะช่วยเผาผลาญพลังงานได้แล้วยังทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย
5 กินมื้อเช้าด้วยอาหารที่มีโปรตีน
โปรตีนเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานเท่ากับแป้ง แต่สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักถือว่ามีประโยชน์มากกว่าแป้งในหลายด้าน มื้อที่สำคัญที่สุดอย่างมื้อเช้า เราแนะนำให้กินอาหารที่มีโปรตีน เช่น นม ถั่ว ไข่ไก่ เนื้อปลา แทนที่จะเป็นอาหารจำพวกแป้ง นอกจากจะอยู่ท้องแล้วยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ และลดความอยากอาหารได้ด้วยครับ
6 กินอย่างเป็นระบบ
ร่างกายของเรามีการทำงานเป็นเวลา ดังนั้นเพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างดี จึงต้องมีการกินอย่างเป็นระบบ การกินที่ช่วยให้น้ำหนักลงได้ก็คือการกินแบบ IF (Intermitting Fasting) ใช้วิธีนับชั่วโมงการกิน (8-9 ชั่วโมงแล้วแต่คน) กับชั่วโมงที่ห้ามกิน (14-16 ชั่วโมง) โดยจะช่วยกระตุ้นร่างกายให้สลายไขมัน และสร้างกล้ามเนื้อได้
7 นอนพักผ่อนให้เป็นเวลา
การนอนที่เป็นเวลาปกติทั่วๆไป เป็นอีกสิ่งสำคัญของการลดน้ำหนัก ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนจาก ตี 1 ตี 2 มาเป็นนอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม แล้วตื่นสัก 6 โมงเช้าให้ได้ชั่วโมงที่เพียงพอ จะช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และควบคุมการเผาผลาญแคลอรีได้ดีกว่าเดิม
แต่ละเทคนิคสามารถทำได้ง่ายๆ รีบทำเลยตั้งแต่วันนี้ เพื่อจะได้มีหุ่นที่เพรียวบาง สุขภาพดี กันทั่วหน้า แต่ก็ควรออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และทำให้การลดน้ำหนักจะเกิดผลดีมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ







