สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุฐานะของไทยแข็งแกร่ง ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงสุดในเอเชีย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่าเงินบาทของไทย มีแนวโน้มติดอันดับสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ที่ปรับตัวดีที่สุดในปี 2561 ในบรรดาสกุลเงินจำนวน 22 สกุล ชี้ปัจจัยหนุนค่าเงินบาทหักล้างปัจจัยลบจากสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงสุดในเอเชีย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานข่าวเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ระบุว่า เงินบาทของไทยมีแนวโน้มติดอันดับสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ที่ปรับตัวดีที่สุดในปี 2561 ในบรรดาสกุลเงินจำนวน 22 สกุลที่ทางบลูมเบิร์กได้ติดตามความเคลื่อนไหว

มีเหตุผลหลายประการที่ช่วยหนุนค่าเงินบาทให้หักล้างปัจจัยลบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน โดยปัจจัยบวกที่หนุนค่าเงินบาท ได้แก่

- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 19 ธ.ค. ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เพื่อดูแลความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ และสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายในอนาคต

- ไทยมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดทุกเดือนนับตั้งแต่สิ้นเดือนก.ย.2557 โดยการที่ไทยมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 3 คิดเป็นสัดส่วน 7.7% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถือว่าอยู่ในกลุ่มสูงสุดในเอเชีย (ตัวเลขจากแบงค์ชาติ ณ เดือน ธ.ค.2561 เกินดุลบัญชีเดินสะพัด 164,403.56 ล้านบาท)

- ไทยมีการส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบทุกเดือนในปีที่แล้วและปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์ต่อสกุลเงินบาท และแม้การส่งออกชะลอตัวลง แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงเป็นตัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (ไทยได้ดุลการค้าต่างประเทศมาตั้งแต่ประมาณ พ.ค.2557 ถึงปัจจุบัน (ตัวเลขจากแบงค์ชาติ ณ เดือน ธ.ค.2561 เกินดุลการค้า 81,239.34 ล้านบาท)

- ไทยมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศสูงถึง 2.03 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่า 2 เท่าจากระดับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่ามีความเพียงพอ

- นักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มเป็นผู้ซื้อสุทธิพันธบัตรของไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรคิดเป็นวงเงิน 9.2 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 11 ธ.ค.2561

- เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้น ท่ามกลางเงินเฟ้อในระดับต่ำ โดยกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัว 4.5% ในปีนี้ จากระดับ 3.9% ในปีที่แล้ว ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 0.94% ในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าระดับ 1% ที่กระทรวงพาณิชย์ระบุว่ามีความเหมาะสมต่อเศรษฐกิจ

ที่มา 
http://www.thaitribune.org/contents/detail/303?content_id=34085&rand=1545190433&fbclid=IwAR0msnIuapMhiou14F9XNk7ra1Ku3WovV64QIr8GeTtcLLeJfVj2_iTfIIc
https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-12-12/baht-set-to-top-emerging-market-currencies-in-stormy-2018